ระบบชั่งรถบรรทุกอัตโนมัติ ATO ชั่งขาเข้าไม่เกิน 1 นาทีต่อคัน โดยคนขับไม่ต้องลงจากรถ

โรงงานที่มีรถเข้าออกวันละ 300-400 คัน ทุกวินาทีที่เสียไปต่อคันคูณด้วยจำนวนนั้นทันที งานนี้คือการยกทั้งขั้นตอนตั้งแต่ลงคิวจนได้ตั๋วชั่งออกมาให้เป็นอัตโนมัติ

แท่นชั่งรถบรรทุกที่ติดตั้งระบบ ATO มีไม้กั้นทั้งสองด้าน เสาสัญญาณไฟจราจร ลำโพง และตู้ควบคุมข้างช่องทางวิ่ง ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังป้ายของโรงงานแล้ว

ช่องทางชั่งหนึ่งช่อง มีไม้กั้นสองด้าน สัญญาณไฟจราจรบอกให้เข้าหรือรอ เซ็นเซอร์ตรวจตำแหน่งรถ ลำโพงและอินเตอร์คอมสำหรับคุยกับห้องควบคุม และตู้พิมพ์ตั๋วที่ระดับหน้าต่างรถ ทุกอย่างวางให้คนขับทำทุกขั้นตอนได้จากที่นั่งคนขับ

ขั้นตอนเดิมเป็นอย่างไร

ไล่ตามลำดับที่เกิดขึ้นจริงก่อนมีระบบ

  • รถขนส่งลงคิวเข้าโรงงาน แล้วรอจนกว่าจะถูกเรียกเข้าชั่ง
  • คนขับลงจากรถ เดินไปที่ห้องชั่งเพื่อแจ้งคิวและยื่นเอกสาร ให้พนักงานคีย์ข้อมูลเข้าระบบ
  • พนักงานบันทึกน้ำหนัก แล้วพิมพ์ตั๋วชั่งเข้าให้
  • รถเข้าไปส่งวัตถุดิบหรือรับสินค้า แล้วกลับมาชั่งขาออก ซึ่งคนขับต้องลงจากรถไปยื่นเอกสารอีกรอบหนึ่ง ทำซ้ำทั้งชุด

โจทย์ที่ทำให้ต้องมีระบบนี้

ทุกข้อเป็นเรื่องที่โตขึ้นตามจำนวนรถ ไม่ใช่เรื่องที่ทนได้ถ้าโรงงานโต

  • ต้องมีพนักงานประจำห้องชั่งตลอดเวลา โรงงานที่เปิด 24 ชั่วโมงแปลว่าต้องจ้างครบสามกะ เป็นต้นทุนคงที่ที่ตัดไม่ได้เลย
  • การลงจากรถไปยื่นเอกสารทำให้เวลาชั่งต่อคันยาวขึ้น ถ้าวันหนึ่งมีรถ 10-20 คันจะไม่รู้สึกอะไร แต่หน้างานจริงคือ 300-400 คันต่อวัน ส่วนต่างตรงนี้จึงกลายเป็นคิวยาวหน้าโรงงาน
  • การให้คนเดินในพื้นที่ที่มีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกตลอดเวลาเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยโดยตัวมันเอง
  • เมื่อคิวยาวและทุกคนรีบ มีการโต้เถียงกันระหว่างคนขับกับพนักงานห้องชั่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ด้วยการอบรมไม่ได้ ตราบใดที่ยังต้องเจอหน้ากันทุกคัน

ระบบทำงานอย่างไร

ทั้งการชั่งหนึ่งครั้งถูกแบ่งเป็นสามจังหวะ และคนขับอยู่บนรถตลอดทั้งสามจังหวะ

จังหวะที่ 1 ระบุตัวรถ

คนขับยื่นบัตร RFID ให้เครื่องอ่านที่ระดับหน้าต่าง หรือถ้าเป็นรถประจำที่ติด Tag ไว้ที่โคมไฟ ระบบจะอ่านได้เองโดยไม่ต้องยื่นอะไรเลย อีกทางคือกล้องอ่านป้ายทะเบียน ระบบดึงข้อมูลการลงคิวขึ้นมาเทียบทันที ถ้าถูกต้องไม้กั้นจะเปิด

จังหวะที่ 2 ชั่งและตรวจ

รถเคลื่อนไปจอดที่เซ็นเซอร์ตำแหน่ง ระบบตรวจว่าล้อทุกล้ออยู่บนแท่นและไม่ล้ำออกนอก จากนั้นอ่านน้ำหนักและตรวจความถูกต้องให้อัตโนมัติ ทั้งค่าที่ต่างจากเดิมเกินเกณฑ์ น้ำหนักเกินพิกัดของรถคันนั้น และค่าที่ยังไม่นิ่ง

จังหวะที่ 3 รับตั๋วและออก

ตั๋วพิมพ์ออกที่ตู้ข้างรถทันที คนขับเอื้อมหยิบจากหน้าต่างได้เลย เซ็นเซอร์ที่ตู้ตรวจว่าตั๋วถูกหยิบไปแล้วจริง ไม้กั้นจึงเปิดให้ออก ข้อมูลการชั่งถูกส่งไปอัปเดตระบบ ERP ให้เองในจังหวะเดียวกัน

คนขับรถบรรทุกเอื้อมมือออกจากหน้าต่างรถไปใช้งานตู้อ่านบัตรและพิมพ์ตั๋วที่ติดตั้งไว้ระดับหน้าต่าง โดยไม่ต้องลงจากรถ ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังทะเบียนและชื่อบริษัทขนส่งแล้ว

ตู้อ่านบัตรและตู้พิมพ์ตั๋วถูกติดตั้งที่ความสูงระดับหน้าต่างรถบรรทุก นี่คือรายละเอียดที่ดูเล็กแต่เป็นหัวใจของงานทั้งหมด เพราะถ้าคนขับยังต้องเอื้อมไม่ถึงหรือต้องเปิดประตูลงมา เวลาที่ประหยัดได้จากส่วนอื่นจะถูกกินคืนหมด

หน้าจอโปรแกรมเฝ้าดูระบบ ATO ในห้องควบคุม แสดงสถานะไม้กั้นของแต่ละช่องชั่ง คิวรถที่รอ และช่องแสดงข้อความแจ้งเตือน หน้าจอระบบจริง ปิดบังทะเบียนรถแล้ว

ความปลอดภัยถูกบังคับด้วยระบบ ไม่ใช่ป้ายห้าม

กล้อง AI ที่มองแท่นชั่งทำหน้าที่เดียวคือตรวจว่ามีคนอยู่บนแท่นชั่งหรือไม่ ถ้าเจอ ระบบจะไม่ส่งคำสั่งชั่งต่อ และขึ้นข้อความแจ้งที่หน้าจอห้องควบคุมว่าตรวจพบคนในพื้นที่แท่นชั่ง

เจ้าหน้าที่จะแจ้งผ่านลำโพงประจำช่องนั้นให้คนขับกลับขึ้นรถ แล้วจึงกดให้ระบบทำงานต่อ ผลคือกฎที่ว่าห้ามลงจากรถขณะชั่ง กลายเป็นสิ่งที่ระบบบังคับได้จริง ไม่ใช่แค่ข้อความบนป้ายที่ทุกคนเดินผ่าน

หน้าจอนี้ยังเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เห็นทุกช่องชั่งพร้อมกัน ทั้งสถานะไม้กั้น ปริมาณกระดาษที่เหลือในตู้พิมพ์ คิวรถที่รออยู่ และข้อความแจ้งเตือนเมื่อมีอะไรไม่เป็นไปตามขั้นตอน

อุปกรณ์ที่ติดตั้งหน้างาน

ส่วนที่มองเห็นอยู่ข้างช่องทางวิ่ง ส่วนที่เหลืออยู่ในตู้ควบคุม

  • เครื่องอ่าน RFID พร้อมเสาอากาศสองชุด ชุดหนึ่งสำหรับอ่านบัตรที่คนขับยื่น อีกชุดสำหรับอ่าน Tag ที่ติดโคมไฟรถประจำ
  • เซ็นเซอร์สี่ชุดต่อหนึ่งช่องชั่ง ได้แก่ เซ็นเซอร์จังหวะที่ 1 เซ็นเซอร์จังหวะที่ 2 เซ็นเซอร์ความปลอดภัยของไม้กั้น และเซ็นเซอร์ตรวจว่าล้อล้ำออกนอกแท่นหรือไม่
  • กล้อง AI มองพื้นที่แท่นชั่ง และกล้องบันทึกภาพรถขาเข้าและขาออกของแต่ละช่อง
  • ตู้พิมพ์ตั๋วกลางแจ้ง พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจว่าตั๋วถูกหยิบออกไปแล้ว และตัวนับกระดาษที่เหลือ
  • อินเตอร์คอมและลำโพงประจำช่อง ต่อกับโทรศัพท์ในห้องควบคุม เรียกคุยรายช่องหรือประกาศออกลำโพงช่องใดช่องหนึ่งก็ได้
  • ไม้กั้นสองด้านพร้อมรีโมท และเสาสัญญาณไฟจราจรที่ตั้งค่าได้จากโปรแกรม
บอร์ดควบคุมหลักของระบบ ATO ในตู้ควบคุม เชื่อมสายสัญญาณไปยังเซ็นเซอร์ กล้อง ไม้กั้น ตู้พิมพ์ตั๋ว และอินเตอร์คอม บอร์ดที่เราออกแบบและประกอบเอง

ทั้งหมดมารวมที่บอร์ดควบคุมในตู้ ซึ่งเราออกแบบและประกอบเอง หนึ่งบอร์ดคุมหนึ่งช่องชั่ง แล้วต่อขึ้นไปที่บอร์ดควบคุมหลักที่คุยกับโปรแกรมชั่งน้ำหนักและระบบกล้อง การแยกเป็นชั้นแบบนี้ทำให้เพิ่มช่องชั่งที่สี่หรือห้าได้โดยไม่ต้องแก้ของเดิม

สามวิธีระบุตัวรถ ใช้ผสมกันในระบบเดียว

เพราะรถที่เข้าโรงงานไม่ได้เป็นรถประจำทั้งหมด

  • Tag ติดโคมไฟ สำหรับรถประจำที่วิ่งเข้าออกทุกวัน ฝังไว้ในโคมไฟหน้า ระบบอ่านได้เองตอนรถเข้าจอด คนขับไม่ต้องทำอะไรเลย เร็วที่สุดในสามแบบ
  • บัตร RFID สำหรับรถที่มาเป็นครั้งคราว รับบัตรตอนลงคิว แล้วยื่นให้เครื่องอ่านที่หน้าต่าง
  • กล้องอ่านป้ายทะเบียน สำหรับรถที่ไม่มีทั้ง Tag และบัตร ระบบแยกหมายเลขทะเบียนกับจังหวัดออกจากกัน จึงไม่สับสนกับรถที่เลขทะเบียนซ้ำกันข้ามจังหวัด
  • บัตรบาร์โค้ดสำหรับผูกคิว ใช้เชื่อมรถคันที่มาถึงเข้ากับหมายเลขคิวที่ลงไว้ตั้งแต่หน้าโรงงาน
Tag RFID ขนาดเล็กฝังอยู่ภายในโคมไฟหน้าของรถบรรทุก สำหรับรถประจำที่วิ่งเข้าออกโรงงานทุกวัน Tag ในโคมไฟรถจริง
บัตรบาร์โค้ดสีส้มสำหรับผูกหมายเลขคิวของรถที่เข้ามาใช้แท่นชั่ง บัตรคิวที่ใช้จริง

ผลที่จับเวลาได้จริง

ตัวเลขจากการจับเวลาทั้งขบวนการที่หน้างาน ไม่ใช่ค่าจากสเปก

  • ชั่งขาเข้า ไม่เกิน 1 นาทีต่อคัน นับตั้งแต่รถเข้าช่องจนไม้กั้นเปิดให้ออก
  • ชั่งขาออก ไม่เกิน 2 นาทีต่อคัน ขาออกใช้เวลามากกว่าเพราะระบบต้องตรวจข้อมูลมากกว่า ทั้งเทียบน้ำหนักกับขาเข้า ตรวจพิกัดของรถคันนั้น และพิมพ์ตั๋วให้หยิบ
  • ไม่ต้องมีพนักงานประจำห้องชั่งทุกกะ ห้องควบคุมเปลี่ยนบทบาทเป็นคนเฝ้าจอที่ดูได้ทุกช่องพร้อมกัน และเข้ามาจัดการเฉพาะเมื่อระบบแจ้งว่ามีอะไรผิดปกติ
  • คนขับไม่ต้องลงจากรถอีกเลย ทั้งขาเข้าและขาออก ความเสี่ยงจากการเดินในพื้นที่รถวิ่งจึงหายไปพร้อมกับเหตุโต้เถียงที่เคยเกิดจากการต้องเจอหน้ากันทุกคัน
  • ข้อมูลเข้า ERP เอง ไม่ต้องคีย์ซ้ำ และไม่มีช่วงเวลาที่ยอดในระบบยังไม่ตรงกับของที่เพิ่งชั่งเสร็จ
หน้าต่างตั้งค่าสัญญาณไฟจราจรของช่องชั่งที่ 1 เลือกไฟขาเข้าและขาออกแยกกันได้ หน้าจอระบบจริง

สัญญาณไฟจราจรของแต่ละช่องตั้งค่าได้จากโปรแกรม แล้วค่าจะถูกส่งลงไปเก็บไว้ที่ตัวควบคุมหน้างาน ช่องไหนปิดซ่อมก็ตั้งเป็นไฟแดงค้างไว้ได้โดยไม่ต้องไปถอดสายที่หน้างาน

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานนี้

งานนี้ไม่ได้ยากที่การอ่าน RFID ให้ติด แต่ยากที่การออกแบบว่าระบบจะทำอย่างไรเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามแผน รถจอดไม่เข้าตำแหน่ง ล้อล้ำออกนอกแท่น น้ำหนักไม่นิ่งสักที บัตรอ่านไม่ติด กระดาษหมด คนขับไม่หยิบตั๋ว ทุกกรณีเหล่านี้ต้องมีทางออกที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้รถค้างอยู่กลางแท่นโดยไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

เราจึงกำหนดรหัสข้อผิดพลาดและคำเตือนเป็นชุดที่ตายตัว แยกตามจังหวะที่ 1 ถึง 3 พร้อมระบุให้ชัดว่าแต่ละรหัสระบบจะทำอะไรต่อเอง เช่น กรณีน้ำหนักยังไม่นิ่ง ระบบจะรอ 90 วินาทีแล้วส่งคำสั่งชั่งซ้ำให้เอง และกรณีที่ต้องยกเลิกการชั่ง ไม้กั้นจะเปิดโดยไม่พิมพ์ตั๋วออกมา นอกจากนี้ยังทำคู่มือแก้ปัญหาให้ทีมหน้างานใช้เอง ว่าอาการแบบไหนเกิดจากอะไรและต้องทำอะไรก่อนโทรเรียกเรา

อีกข้อคือต้องมีทางลัดกลับไปสู่การทำมือเสมอ รีโมทเปิดปิดไม้กั้นและปุ่มหยุดระบบมีไว้ให้ใช้จริง เพราะระบบอัตโนมัติที่ไม่มีทางออกฉุกเฉินคือระบบที่ทำให้ทั้งโรงงานหยุดเมื่อมันมีปัญหา

ดูรายละเอียดระบบตาชั่งรถบรรทุกอัตโนมัติ ระบบ AI ตรวจจับวัตถุอัตโนมัติ Case Study จุดตรวจรถเข้าออกโรงงาน รับพัฒนาระบบ RFID

มีคิวรถรอหน้าโรงงานอยู่ทุกวันหรือเปล่า?

เล่าขั้นตอนปัจจุบันให้เราฟัง เราช่วยประเมินว่า RFID คุ้มกับงานนั้นไหม ปรึกษาฟรี

ติดต่อเรา