ภาพจากหน้างานจริง
ไม่ได้เริ่มจากเรื่องความปลอดภัย แต่เริ่มจากเรื่องเงิน
สามข้อนี้คือขอบเขตงานที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น
บันทึกเวลาที่รถแต่ละคันเข้าและออกจากพื้นที่ ผูกกับเจ้าของรถและแผนกที่สังกัด
คำนวณระยะเวลาที่รถอยู่ในพื้นที่จริง โดยตั้งเงื่อนไขการนับเวลาได้เองในระบบ
สรุปข้อมูลออกมาในรูปที่ฝ่ายบุคคลเอาไปตั้งเบิกค่าเดินทางต่อได้ทันที ไม่ต้องมานั่งรวมมือ
อ่านตอนรถวิ่งผ่าน ไม่มีจุดที่ต้องให้คนหยุดกรอกอะไร
นอกจากการติด RFID Tag ที่ตัวรถ ระบบยังรองรับการอ่านป้ายทะเบียนด้วยกล้อง LPR (License Plate Recognition) จะใช้แทน RFID ไปเลย หรือใช้คู่กันเป็นตัวยืนยันซ้ำก็ได้ แบบหลังเหมาะกับรถที่แวะเข้ามาเป็นครั้งคราวจนไม่คุ้มที่จะออก Tag ให้ทีละคัน
จุดที่ต้องระวังของ LPR ในไทยคือเลขทะเบียนซ้ำกันข้ามจังหวัดได้ รถคนละคันอาจมีเลขทะเบียนชุดเดียวกัน ต่างกันแค่จังหวัดที่จดทะเบียน ระบบของเราจึงแยกหมายเลขทะเบียนกับจังหวัดออกจากกันเป็นคนละข้อมูล การจับคู่รถกับเจ้าของต้องตรงทั้งสองส่วนจึงจะนับ รถที่เลขทะเบียนซ้ำกันแต่คนละจังหวัดจึงอยู่ในระบบเดียวกันได้ โดยไม่บันทึกเวลาเข้าออกไปผูกผิดคัน
โรงงานหลายแห่งมีพนักงานขี่มอเตอร์ไซค์มาทำงานมากกว่ารถยนต์ ระบบเดียวกันนี้จึงรองรับรถมอเตอร์ไซค์ได้ด้วย วิธีที่เราใช้คือแยกช่องทางวิ่งของมอเตอร์ไซค์ออกจากช่องรถยนต์ แล้วติดตั้งเสาอากาศกับตู้ควบคุมไว้ข้างช่องทางนั้นโดยเฉพาะ
การแยกช่องทางทำให้ระยะอ่านแคบลงและแน่นอนขึ้น Tag ของคันที่วิ่งผ่านจึงถูกอ่านโดยไม่ปนกับรถในช่องข้างๆ และเพราะอัตราเบิกค่าเดินทางของมอเตอร์ไซค์ต่างจากรถยนต์ ระบบจึงแยกประเภทรถไว้ตั้งแต่ตอนลงทะเบียน Tag แล้วคิดอัตราให้ถูกต้องเองตอนสรุปรอบเบิก
ซ้ายคือจอที่ติดตั้งจริงบนป้อมยาม ขวาคือภาพจำลองให้เห็นชัดว่าจอแสดงอะไร ได้แก่ เวลา วันที่ และหมายเลข Tag ของรถที่เพิ่งวิ่งผ่าน
สองหน้าจอที่ใช้จริงในรอบเบิกค่าเดินทาง หน้าแรกไว้ตรวจการเข้าออกรายเดือน หน้าที่สองคือตัวเลขที่ส่งเข้าระบบ payroll
หน้านี้คือจุดที่ฝ่ายบุคคลเปิดดูตอนปิดรอบเบิกค่าเดินทาง เห็นทั้งเดือนในหน้าจอเดียวว่าใครเข้ามาวันไหนบ้าง วันหยุดถูกไฮไลต์สีแดงไว้ให้แยกออกทันที ชื่อและนามสกุลถูกปิดบังไว้ในภาพนี้ ส่วนรหัสพนักงานคงไว้เพื่อให้เห็นว่าข้อมูลผูกกับตัวบุคคลได้จริง
ปลายทางของงานนี้ไม่ใช่รายงานสวยๆ แต่คือตัวเลขที่เอาไปตั้งเบิกได้จริง ระบบคำนวณจำนวนวันที่รถเข้ามาจริง คูณกับระยะทางและอัตราเบิกต่อกิโลเมตรตามประเภทรถของแต่ละคน แล้วออกมาเป็นจำนวนเงินที่เบิกได้ พร้อมปุ่ม export สองแบบ แบบหนึ่งให้ฝ่ายบุคคลเปิดอ่าน อีกแบบเป็นไฟล์ import เข้าระบบ payroll โดยตรง ตัวเลขนี้คือเงินช่วยเหลือค่าเดินทางตามสิทธิ์สวัสดิการ ไม่ใช่ค่าน้ำมันเต็มจำนวนที่พนักงานจ่ายไปเอง
ทุกบรรทัดตรวจย้อนกลับได้ถึงเวลาที่รถวิ่งผ่านประตูจริง ไม่ได้มาจากใบลงชื่อ ชื่อ นามสกุล และทะเบียนรถถูกปิดบังไว้ในภาพนี้ ส่วนรหัสพนักงานและตัวเลขคำนวณคงไว้ทั้งหมดเพื่อให้เห็นวิธีคิด
ชุดเล็กกว่าที่หลายคนคิด เพราะงานนี้ไม่ต้องการไม้กั้นหรือตู้ออกบัตร
โจทย์ตั้งต้นของงานนี้ไม่ใช่เรื่องความปลอดภัย แต่เป็นเรื่องเบิกจ่ายให้ตรงกับที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นรูปแบบที่เราเจอซ้ำในหลายโรงงาน งานที่ RFID คุ้มค่าที่สุดมักไม่ใช่งานที่ฟังดูล้ำ แต่เป็นงานที่เดิมต้องใช้คนจดบันทึกเพื่อเอาไปคิดเงิน เพราะตรงนั้นคือจุดที่ความผิดพลาด มีราคาจริงและวัดเป็นตัวเลขได้ทันที
เล่าขั้นตอนปัจจุบันให้เราฟัง เราช่วยประเมินว่า RFID คุ้มกับงานนั้นไหม ปรึกษาฟรี