ระบบ RFID บันทึกเวลาเข้าออกรถ คำนวณเวลาจอด และสรุปรายงานเบิกค่าเดินทาง

โรงงานแห่งหนึ่งมีสวัสดิการช่วยออกค่าเดินทางให้พนักงานที่ต้องขับรถส่วนตัวมาทำงานที่โรงงานต่างจังหวัด แต่ไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าใครมาจริงกี่วันและอยู่กี่ชั่วโมง ระบบนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามนั้นโดยเฉพาะ

เสาอากาศ UHF RFID ติดตั้งบนเสาข้างช่องทางวิ่งเข้าออกโรงงาน พร้อมตู้ควบคุม ภาพจากหน้างานจริง

โจทย์ที่ทำให้ต้องมีระบบนี้

ไม่ได้เริ่มจากเรื่องความปลอดภัย แต่เริ่มจากเรื่องเงิน

  • บริษัทมีสวัสดิการช่วยออกค่าเดินทางส่วนหนึ่งให้พนักงานที่ต้องขับรถส่วนตัวมาทำงานที่โรงงานต่างจังหวัด แต่การตั้งเบิกต้องมีหลักฐานว่ามาจริงกี่วัน และอยู่จริงกี่ชั่วโมง ไม่ใช่เชื่อตามที่แจ้ง
  • การจดทะเบียนรถที่ป้อมยามด้วยมือ ทั้งช้า ผิดพลาดง่าย และตรวจย้อนหลังแทบไม่ได้ พอถึงรอบเบิกก็เถียงกันไม่จบว่าใครมากี่วัน
  • ถ้าใช้บัตรจอดหรือไม้กั้นที่ต้องให้รถหยุด ช่วงเข้างานพร้อมกันจะเกิดคิวยาวที่หน้าประตูทันที

สิ่งที่ระบบต้องทำให้ได้

สามข้อนี้คือขอบเขตงานที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น

1. Time Attendance

บันทึกเวลาที่รถแต่ละคันเข้าและออกจากพื้นที่ ผูกกับเจ้าของรถและแผนกที่สังกัด

2. Calculate time of parking

คำนวณระยะเวลาที่รถอยู่ในพื้นที่จริง โดยตั้งเงื่อนไขการนับเวลาได้เองในระบบ

3. Information for Payroll

สรุปข้อมูลออกมาในรูปที่ฝ่ายบุคคลเอาไปตั้งเบิกค่าเดินทางต่อได้ทันที ไม่ต้องมานั่งรวมมือ

ระบบทำงานอย่างไร

อ่านตอนรถวิ่งผ่าน ไม่มีจุดที่ต้องให้คนหยุดกรอกอะไร

  • ติด UHF RFID Tag ที่รถของพนักงาน แล้วติดตั้งเสาอากาศไว้ข้างช่องทางวิ่งเข้าออก อ่านได้ขณะรถวิ่งผ่าน ไม่ต้องหยุด ไม่ต้องลดกระจก จึงไม่เกิดคิวหน้าประตู
  • แยกข้อมูลตามประตูที่อ่านได้ จึงรู้ว่ารถเข้าทางไหนและออกทางไหน รองรับหลายประตูและหลายโซนจอดในระบบเดียว
  • โครงสร้างข้อมูลรองรับหลายบริษัท หลายโรงงาน และหลายแผนกในระบบเดียวกัน เหมาะกับนิคมหรือกลุ่มบริษัทที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน
  • รายงานสี่ชุดที่ใช้งานจริง ได้แก่ Event Tracking ดูรายการอ่านทีละเหตุการณ์, Access Summary สรุปการเข้าออก, Tag Summary สรุปรายตัว Tag และ Information for Payroll สำหรับส่งต่อฝ่ายบุคคล
  • กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้เป็นกลุ่มได้ ฝ่ายบุคคล ฝ่ายความปลอดภัย และผู้ดูแลระบบ จึงเห็นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
  • มีจอ LED ที่ป้อมยาม แสดงเวลา วันที่ และหมายเลข Tag ที่เพิ่งอ่านได้ คนขับเห็นทันทีว่าระบบอ่านติดแล้ว ไม่ต้องลงจากรถไปถาม และยามใช้จอเดียวกันตรวจสอบได้

เลือกอ่านด้วย RFID Tag หรือกล้อง LPR ก็ได้

นอกจากการติด RFID Tag ที่ตัวรถ ระบบยังรองรับการอ่านป้ายทะเบียนด้วยกล้อง LPR (License Plate Recognition) จะใช้แทน RFID ไปเลย หรือใช้คู่กันเป็นตัวยืนยันซ้ำก็ได้ แบบหลังเหมาะกับรถที่แวะเข้ามาเป็นครั้งคราวจนไม่คุ้มที่จะออก Tag ให้ทีละคัน

จุดที่ต้องระวังของ LPR ในไทยคือเลขทะเบียนซ้ำกันข้ามจังหวัดได้ รถคนละคันอาจมีเลขทะเบียนชุดเดียวกัน ต่างกันแค่จังหวัดที่จดทะเบียน ระบบของเราจึงแยกหมายเลขทะเบียนกับจังหวัดออกจากกันเป็นคนละข้อมูล การจับคู่รถกับเจ้าของต้องตรงทั้งสองส่วนจึงจะนับ รถที่เลขทะเบียนซ้ำกันแต่คนละจังหวัดจึงอยู่ในระบบเดียวกันได้ โดยไม่บันทึกเวลาเข้าออกไปผูกผิดคัน

ใช้ได้กับรถมอเตอร์ไซค์ด้วย

โรงงานหลายแห่งมีพนักงานขี่มอเตอร์ไซค์มาทำงานมากกว่ารถยนต์ ระบบเดียวกันนี้จึงรองรับรถมอเตอร์ไซค์ได้ด้วย วิธีที่เราใช้คือแยกช่องทางวิ่งของมอเตอร์ไซค์ออกจากช่องรถยนต์ แล้วติดตั้งเสาอากาศกับตู้ควบคุมไว้ข้างช่องทางนั้นโดยเฉพาะ

การแยกช่องทางทำให้ระยะอ่านแคบลงและแน่นอนขึ้น Tag ของคันที่วิ่งผ่านจึงถูกอ่านโดยไม่ปนกับรถในช่องข้างๆ และเพราะอัตราเบิกค่าเดินทางของมอเตอร์ไซค์ต่างจากรถยนต์ ระบบจึงแยกประเภทรถไว้ตั้งแต่ตอนลงทะเบียน Tag แล้วคิดอัตราให้ถูกต้องเองตอนสรุปรอบเบิก

ช่องทางวิ่งเฉพาะสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ มีเสาอากาศ RFID และตู้ควบคุมติดตั้งข้างทาง ถัดไปเป็นลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ของพนักงาน ภาพจากหน้างานจริง
จอ LED ที่ป้อมยามทางเข้าโรงงาน แสดงเวลา วันที่ และหมายเลข Tag ที่อ่านได้ พร้อมภาพจำลองจอระยะใกล้ ภาพหน้างานจริง คู่กับภาพจำลองจอระยะใกล้

ซ้ายคือจอที่ติดตั้งจริงบนป้อมยาม ขวาคือภาพจำลองให้เห็นชัดว่าจอแสดงอะไร ได้แก่ เวลา วันที่ และหมายเลข Tag ของรถที่เพิ่งวิ่งผ่าน

หน้าจอรายงานที่ฝ่ายบุคคลใช้จริง

สองหน้าจอที่ใช้จริงในรอบเบิกค่าเดินทาง หน้าแรกไว้ตรวจการเข้าออกรายเดือน หน้าที่สองคือตัวเลขที่ส่งเข้าระบบ payroll

หน้าจอรายงานการเข้าออกรายเดือน แสดงรหัสพนักงานและตารางวันที่ ช่องสีเขียวคือวันที่มีการเข้า พร้อมเน้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ด้วยสีแดง หน้าจอระบบจริง ปิดบังชื่อพนักงานแล้ว

หน้านี้คือจุดที่ฝ่ายบุคคลเปิดดูตอนปิดรอบเบิกค่าเดินทาง เห็นทั้งเดือนในหน้าจอเดียวว่าใครเข้ามาวันไหนบ้าง วันหยุดถูกไฮไลต์สีแดงไว้ให้แยกออกทันที ชื่อและนามสกุลถูกปิดบังไว้ในภาพนี้ ส่วนรหัสพนักงานคงไว้เพื่อให้เห็นว่าข้อมูลผูกกับตัวบุคคลได้จริง

ไฟล์ที่ส่งเข้าระบบ payroll

ปลายทางของงานนี้ไม่ใช่รายงานสวยๆ แต่คือตัวเลขที่เอาไปตั้งเบิกได้จริง ระบบคำนวณจำนวนวันที่รถเข้ามาจริง คูณกับระยะทางและอัตราเบิกต่อกิโลเมตรตามประเภทรถของแต่ละคน แล้วออกมาเป็นจำนวนเงินที่เบิกได้ พร้อมปุ่ม export สองแบบ แบบหนึ่งให้ฝ่ายบุคคลเปิดอ่าน อีกแบบเป็นไฟล์ import เข้าระบบ payroll โดยตรง ตัวเลขนี้คือเงินช่วยเหลือค่าเดินทางตามสิทธิ์สวัสดิการ ไม่ใช่ค่าน้ำมันเต็มจำนวนที่พนักงานจ่ายไปเอง

หน้าจอสรุปเงินเบิกค่าเดินทางรายคน แสดงรหัสพนักงาน ประเภทรถ อัตราเบิกต่อกิโลเมตร ระยะทาง จำนวนวันที่มาทำงานจริง และจำนวนเงิน พร้อมปุ่ม export เข้าระบบ payroll หน้าจอระบบจริง ปิดบังชื่อและทะเบียนรถแล้ว

ทุกบรรทัดตรวจย้อนกลับได้ถึงเวลาที่รถวิ่งผ่านประตูจริง ไม่ได้มาจากใบลงชื่อ ชื่อ นามสกุล และทะเบียนรถถูกปิดบังไว้ในภาพนี้ ส่วนรหัสพนักงานและตัวเลขคำนวณคงไว้ทั้งหมดเพื่อให้เห็นวิธีคิด

อุปกรณ์ที่ติดตั้งหน้างาน

ชุดเล็กกว่าที่หลายคนคิด เพราะงานนี้ไม่ต้องการไม้กั้นหรือตู้ออกบัตร

  • เสาอากาศ UHF สำหรับติดตั้งกลางแจ้งข้างช่องทางวิ่ง พร้อมตู้ควบคุมกันน้ำ
  • RFID Reader ประจำประตู เชื่อมกลับเข้าเครือข่ายของโรงงาน
  • UHF RFID Tag ติดรถพนักงาน หนึ่ง Tag ต่อหนึ่งคัน
  • กล้อง LPR อ่านป้ายทะเบียน สำหรับกรณีที่เลือกใช้แทน RFID Tag หรือใช้ควบคู่กัน
  • ช่องทางวิ่งแยกสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ พร้อมเสาอากาศประจำช่อง เพื่อให้ระยะอ่านแคบและแม่นยำ
  • Server พร้อมเว็บแอปพลิเคชัน เปิดใช้งานจากเบราว์เซอร์ในเครือข่ายภายใน

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานนี้

โจทย์ตั้งต้นของงานนี้ไม่ใช่เรื่องความปลอดภัย แต่เป็นเรื่องเบิกจ่ายให้ตรงกับที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นรูปแบบที่เราเจอซ้ำในหลายโรงงาน งานที่ RFID คุ้มค่าที่สุดมักไม่ใช่งานที่ฟังดูล้ำ แต่เป็นงานที่เดิมต้องใช้คนจดบันทึกเพื่อเอาไปคิดเงิน เพราะตรงนั้นคือจุดที่ความผิดพลาด มีราคาจริงและวัดเป็นตัวเลขได้ทันที

ระบบบริหารพื้นที่จอดรถ Yard Management ประตู RFID ตรวจสอบสินค้าเข้าออก ตาชั่งรถบรรทุกอัตโนมัติ ATO RFID ตรวจนับเสื้อชูชีพบนเครื่องบิน รับพัฒนาระบบ RFID

มีงานที่ต้องมีหลักฐานเพื่อคิดเงินอยู่หรือเปล่า?

เล่าขั้นตอนปัจจุบันให้เราฟัง เราช่วยประเมินว่า RFID คุ้มกับงานนั้นไหม ปรึกษาฟรี

ติดต่อเรา