ระบบ RFID ตรวจนับเสื้อชูชีพบนเครื่องบิน จากชั่วโมงครึ่ง เหลือ 10-15 นาทีต่อลำ

ทุกครั้งที่เครื่องบินลงจอด เจ้าหน้าที่ภาคพื้นต้องตรวจเสื้อชูชีพให้ครบทุกตัวและต้องไม่มีตัวไหนหมดอายุ ตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยการบิน งานนี้คือการเอา RFID เข้าไปแทนการเปิดดูทีละที่นั่ง

หน้าจอโปรแกรมฝั่ง PC แสดงผังที่นั่งทั้งลำพร้อมตำแหน่งเสื้อชูชีพรายที่นั่ง และฟอร์มผูก RFID Tag เข้ากับตำแหน่ง พร้อมวันผลิตและวันหมดอายุ หน้าจอระบบจริง ปิดบังทะเบียนเครื่องบินแล้ว

ผังที่นั่งทั้งลำอยู่บนหน้าจอเดียว แต่ละตำแหน่งที่ต้องมีเสื้อชูชีพถูกวางไว้ตรงกับที่นั่งจริง ด้านล่างคือฟอร์มผูก RFID Tag เข้ากับตำแหน่งนั้น พร้อมวันผลิตและวันหมดอายุ ซึ่งระบบคิดให้อัตโนมัติจากอายุใช้งาน 5 ปีนับจากวันผลิต

โจทย์ที่ทำให้ต้องมีระบบนี้

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความยาก แต่อยู่ที่จำนวนและเวลา

  • เสื้อชูชีพหนึ่งลำมีเป็นร้อยตัว ทั้งใต้ที่นั่งผู้โดยสาร ที่นั่งลูกเรือ ตัวสำหรับทารก และตัวสำรอง ทุกตัวต้องอยู่ครบและต้องไม่หมดอายุ ตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
  • วิธีเดิมคือเดินเปิดดูทีละที่นั่ง แล้วจดลงกระดาษ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งหรือมากกว่านั้นต่อหนึ่งลำ และยังต้องมานั่งรวมตัวเลขทีหลัง
  • เวลาที่เครื่องจอดอยู่กับพื้นคือเวลาที่ไม่ได้ทำเงิน ยิ่งตรวจนาน ยิ่งกินเวลาที่ควรเอาไปเตรียมเที่ยวบินถัดไป

สิ่งที่ระบบต้องทำให้ได้

สามข้อนี้คือขอบเขตงานที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น

1. รู้ว่าตัวไหนอยู่ตำแหน่งไหน

ผูก RFID Tag หนึ่งตัวเข้ากับหนึ่งตำแหน่งบนเครื่อง เช่น ใต้ที่นั่ง 10A เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าตัวที่หายไปคือตัวไหน

2. ตรวจนับทั้งลำโดยไม่ต้องเปิดดู

เดินอ่านด้วยเครื่องมือถือ RFID ในห้องโดยสาร แล้วให้ระบบเทียบกับรายการที่ควรมีของเครื่องลำนั้น

3. ออกรายงานได้ทันทีที่ตรวจเสร็จ

บอกได้ทันทีว่าครบกี่ตัว ขาดกี่ตัว หมดอายุกี่ตัว และพิมพ์เป็นเอกสารส่งต่อได้เลย ไม่ต้องรอรวบรวมทีหลัง

ระบบทำงานอย่างไร

แบ่งเป็นสองส่วน เครื่องมือถือไว้เดินอ่านบนเครื่องบิน และโปรแกรมบน PC ไว้ออกรายงาน

  • Assign ผูก RFID Tag เข้ากับตำแหน่งติดตั้ง โดยเลือกรุ่นเครื่องบิน ทะเบียนเครื่อง ตำแหน่งที่นั่ง และชนิดของเสื้อชูชีพ แล้วยิงอ่าน Tag เพื่อรับหมายเลขเข้าระบบ พร้อมกำหนดวันผลิตและวันหมดอายุ
  • Inventory คือหน้าที่ใช้จริงตอนตรวจ เลือกรุ่นและทะเบียนเครื่องให้ตรงกับลำที่ขึ้นไป แล้วเดินยิงอ่านไปตามแถวที่นั่ง ตัวเลขครบ ขาด และหมดอายุ ขยับให้เห็นทันทีบนหน้าจอ
  • Info เปิดดูได้ว่าตำแหน่งไหนใช้ Tag เบอร์อะไร เป็นชนิดไหน และหมดอายุวันไหน ใช้ตอนต้องตามหาตัวที่มีปัญหาเป็นรายตัว
  • ระบบแยกชนิดของเสื้อชูชีพไว้ตั้งแต่ต้น ทั้งของผู้โดยสาร ลูกเรือ ทารก และตัวสำรอง รวมถึงแยกแบบเดี่ยวกับแบบคู่ เพราะแต่ละชนิดมีจำนวนที่ต้องมีไม่เท่ากัน
  • Sync ส่งผลการตรวจจากเครื่องมือถือกลับเข้า PC ผ่านสาย USB แล้วโปรแกรมฝั่ง PC จึงเปิดไฟล์นั้นขึ้นมาออกเป็นรายงานและสั่งพิมพ์
หน้าเมนูหลักของโปรแกรมบนเครื่องมือถือ RFID มีปุ่ม Assign, Info, Inventory, Delete และ Sync หน้าจอระบบจริง
หน้าจอตรวจนับบนเครื่องมือถือ แยกนับ Active, Loss และ Expire ตามชนิดผู้โดยสาร ตัวสำรอง ลูกเรือ และทารก ทั้งแบบเดี่ยวและแบบคู่ หน้าจอระบบจริง ปิดบังทะเบียนเครื่องบินแล้ว

ซ้ายคือเมนูหลักบนเครื่องมือถือ ขวาคือหน้าตรวจนับที่เจ้าหน้าที่เปิดค้างไว้ขณะเดินอ่านในห้องโดยสาร ตัวเลขทั้งสามแถว ครบ ขาด และหมดอายุ แยกตามชนิดของเสื้อชูชีพให้เห็นพร้อมกัน

หน้าจอรายงานที่ใช้จริงหลังตรวจเสร็จ

ข้อมูลจากเครื่องมือถือถูกส่งเข้า PC แล้วออกมาเป็นรายงานที่พิมพ์ส่งต่อได้ทันที

หน้าจอรายละเอียดรายตัว แสดงหมายเลข RFID Tag ตำแหน่งที่นั่ง ชนิดของเสื้อชูชีพ และวันหมดอายุ เรียงตามตำแหน่ง หน้าจอระบบจริง ปิดบังทะเบียนเครื่องบินแล้ว

หน้านี้คือจุดที่ทำให้คำว่า "ขาดไปหนึ่งตัว" มีความหมาย เพราะเห็นเป็นรายตัวว่า Tag เบอร์ไหนอยู่ตำแหน่งไหน เป็นชนิดเดี่ยวหรือคู่ และหมดอายุวันที่เท่าไร เจ้าหน้าที่จึงเดินตรงไปที่ตำแหน่งนั้นได้เลย ไม่ต้องไล่หาทั้งลำ

วันหมดอายุถูกใส่ไว้ตั้งแต่ตอนผูก Tag ระบบจึงเตือนตัวที่ใกล้หมดอายุได้ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาตอนตรวจจริง

สรุปทั้งลำในหน้าจอเดียว

เมื่อโหลดผลการตรวจเข้า PC โปรแกรมจะสรุปออกมาเป็นตัวเลขชุดเดียว แยกตามชนิดของเสื้อชูชีพ แล้วรวมท้ายเป็นสามบรรทัดที่หัวหน้างานดูจริง คือครบกี่ตัว มีปัญหากี่ตัว และหมดอายุกี่ตัว พร้อมปุ่มสั่งพิมพ์

หน้าจอรายงานสรุปบน PC แสดงจำนวนครบ 160 ตัว มีปัญหา 3 ตัว และหมดอายุ 1 ตัว แยกตามชนิดผู้โดยสาร ตัวสำรอง ลูกเรือ และทารก หน้าจอระบบจริง ปิดบังทะเบียนเครื่องบินแล้ว

ตัวอย่างจากการตรวจจริงหนึ่งลำ อ่านเจอครบ 160 ตัว มีปัญหา 3 ตัว และหมดอายุ 1 ตัว ตัวเลขสามบรรทัดนี้คือสิ่งที่เดิมต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะได้มา

ผลที่ได้จากหน้างานจริง

ตัวเลขที่เปลี่ยนไปหลังเปลี่ยนวิธีตรวจ

  • เวลาตรวจต่อหนึ่งลำ จากราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งหรือมากกว่า เหลือประมาณ 10-15 นาที
  • ได้รายงานทันทีที่ตรวจเสร็จ ไม่ต้องเอากระดาษกลับมารวมตัวเลขต่อ
  • การตรวจวันหมดอายุกลายเป็นงานที่ระบบทำให้ ไม่ใช่งานที่ต้องพลิกดูป้ายทีละตัว
  • ผลการตรวจทุกครั้งถูกเก็บไว้เป็นข้อมูล ย้อนกลับไปดูได้ว่าลำไหนตรวจเมื่อไร เจออะไร

อุปกรณ์ที่ใช้

  • เครื่องอ่าน RFID แบบมือถือ พร้อมไกยิงสำหรับเดินอ่านในห้องโดยสาร
  • RFID Tag ติดกับเสื้อชูชีพ หนึ่งตัวต่อหนึ่งตำแหน่ง
  • เครื่องอ่านแบบตั้งโต๊ะที่ฝั่งออฟฟิศ ใช้ตอนผูกหรือแก้ไขข้อมูล Tag
  • ซอฟต์แวร์สองตัวที่เราเขียนขึ้นเองทั้งหมด ทั้งฝั่งเครื่องมือถือและฝั่ง PC

งานแบบไหนที่ใช้ระบบนี้ได้อีก

ระบบนี้ไม่ได้ผูกกับเสื้อชูชีพหรือกับเครื่องบิน สิ่งที่มันทำจริงๆ คือนับของจำนวนมากตามรอบ พร้อมดูวันหมดอายุไปด้วยในการเดินอ่านครั้งเดียว งานไหนมีรูปแบบนี้ก็ย้ายมาใช้ชุดเดียวกันได้ เปลี่ยนแค่รายการของและเงื่อนไขการนับ

  • การนับเสื้อเกราะกันกระสุน ของหน่วยงานความมั่นคงหรือบริษัทรักษาความปลอดภัย ที่ต้องเบิกจ่ายเข้าออกคลังทุกผลัด ต้องรู้ว่าเสื้อตัวไหนอยู่กับใคร และแผ่นเกราะเองก็มีอายุการใช้งานที่ต้องตามให้ทัน
  • การนับเสื้อชูชีพบนเรือสำราญหรือเรือโดยสารขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนหลายพันตัวกระจายหลายชั้น การเดินเปิดตู้ทีละจุดกินเวลามากกว่าบนเครื่องบินหลายเท่า
  • อุปกรณ์ความปลอดภัยอื่นที่มีรอบตรวจ เช่น ถังดับเพลิง ชุดปฐมพยาบาล แพชูชีพ หรือชุดเครื่องมือประจำจุด ซึ่งต้องบันทึกไว้ว่าตรวจครั้งล่าสุดเมื่อไรและครั้งหน้าเมื่อไร
  • เครื่องมือช่างและอุปกรณ์ที่ต้องนับคืนให้ครบ หลังจบงานแต่ละกะ โดยเฉพาะงานที่ห้ามมีของตกค้างทิ้งไว้ในพื้นที่ปฏิบัติงาน

สิ่งที่ต้องปรับเวลาย้ายไปงานอื่นมีสองเรื่องหลัก คือชนิดของ Tag ที่ต้องเลือกให้เหมาะกับวัสดุและสภาพแวดล้อมที่ติด และเงื่อนไขการนับ ว่าอะไรถือว่าครบ อะไรถือว่าขาด ส่วนโครงสร้างข้อมูลกับหน้าจอตรวจนับใช้ของเดิมได้เกือบทั้งหมด

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานนี้

งานนี้ติดตั้งใช้งานมานานมากแล้ว ตัวเครื่องมือถือที่ใช้ยังเป็น Windows Mobile ซึ่งวันนี้ไม่มีใครเขียนของใหม่ลงบนนั้นอีกแล้ว แต่ระบบยังเดินของมันได้เพราะตอนออกแบบเรายึดจากขั้นตอนการทำงานจริงของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ยึดจากเทคโนโลยีที่กำลังฮิตตอนนั้น

บทเรียนที่เอามาใช้กับงานอื่นต่อคือ งานที่ RFID ให้ผลชัดที่สุดคืองานนับของซ้ำๆ ที่มีกฎบังคับให้ต้องนับ เพราะเป็นงานที่ต้องทำทุกวันไม่ว่าจะอยากทำหรือไม่ และเป็นงานที่เวลาที่ประหยัดได้วัดเป็นตัวเลขได้ทันที ไม่ต้องเถียงกันว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม

ถ้าวันนี้ทำใหม่ ส่วนที่เปลี่ยนคือตัวเครื่องและช่องทางส่งข้อมูล จากเครื่องมือถือรุ่นเก่ากับสาย USB ไปเป็น Android พร้อมส่งข้อมูลขึ้นเซิร์ฟเวอร์โดยตรง แต่ตรรกะการตรวจนับและโครงสร้างข้อมูลยังเป็นชุดเดิม

ระบบ RFID คลังสินค้า ระบบ RFID บันทึกเวลาเข้าออกรถ RFID กับคลังม้วนกระดาษ Case Study ติดตามสายการผลิต รับพัฒนาระบบ RFID

มีงานนับของที่กินเวลาทุกวันอยู่หรือเปล่า?

เล่าขั้นตอนปัจจุบันให้เราฟัง เราช่วยประเมินว่า RFID คุ้มกับงานนั้นไหม ปรึกษาฟรี

ติดต่อเรา