แผนผังคลังทั้งห้องในหน้าจอเดียว สีเขียวคือช่องที่ยังว่างหรือยังไม่เต็มความจุ สีแดงคือเต็มแล้ว ห้ามวาง Rack ซ้อน คลิกช่องไหนก็ได้เพื่อดูว่าในช่องนั้นมี Material อะไร Batch ไหน กี่พาเลท และรับเข้ามาเมื่อไร ข้อมูลนี้คือสิ่งที่เดิมต้องเปิดประตูห้องเย็นเข้าไปดูเอง
ทุกข้อมีต้นเหตุเดียวกัน คือข้อมูลอยู่บนกระดาษและอยู่ในความจำคน
คลังรับฝากมีอีกสองเรื่องที่คลังของตัวเองไม่มี
ในห้องเย็น ทุกนาทีที่ประตูเปิดค้างไว้เพื่อไล่หาของ คือค่าไฟที่จ่ายไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา
กรอกรหัสแล้วกด Enter ข้อมูลที่เหลือขึ้นมาให้เอง ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ
รหัสช่องจัดเก็บอ่านเป็น โซน · ช่องขา · ชั้นวาง เช่น A_07_01 พนักงานจึงเดาตำแหน่งได้จากรหัสโดยไม่ต้องเปิดคู่มือ
คู่กันคือ Tag RFID ที่ฝังอยู่กับพื้นทุกตำแหน่ง สแกนแล้วระบบรู้ทันทีว่ากำลังยืนอยู่ช่องไหน และ Tag ที่ Rack หรือพาเลท ซึ่งผูกกับ Material, Batch และน้ำหนักไว้ตั้งแต่วันที่รับเข้า
ผลคือของหนึ่งพาเลทตอบได้สองคำถามพร้อมกัน คือ นี่คือของอะไร และ ตอนนี้อยู่ตรงไหน โดยไม่ต้องมองเห็นป้ายกระดาษที่อาจเปียกจนอ่านไม่ออก
เริ่มที่หน้าเว็บ จบที่เครื่องมือถือ และมีตาชั่งคร่อมอยู่หัวท้าย
ระบบออกเลขเอกสารให้เองไม่ซ้ำ ดึงข้อมูลลูกค้าจากรหัสที่กรอก แล้วเพิ่ม Material, Batch และจำนวนที่จะรับเข้า
ที่ป้อมชั่ง ค้นจากเลขเอกสาร ระบบดึงทะเบียน ชื่อคนขับ และชนิดรถขึ้นมาให้ แล้วบันทึกน้ำหนักรถพร้อมสินค้า
เลือกเอกสารและรายการ สแกน Tag RFID ทีละพาเลท ตรวจน้ำหนักให้ตรงกับใบรับแล้วกดยืนยัน ของจึงถือว่าเข้าคลังแล้ว
ชั่งรถเปล่า หักน้ำหนักพาเลทและวัสดุที่นำกลับ ได้น้ำหนักสินค้าสุทธิที่เทียบกับใบรับได้ทันที แล้วดูสรุปการรับบนหน้าเว็บ
น้ำหนักสุทธิไม่ได้มาจากการคีย์ แต่มาจากการลบกันของสามค่า
สแกนที่ของหนึ่งครั้ง สแกนที่พื้นหนึ่งครั้ง แล้วกดยืนยัน
ระบบตรวจว่า Material, Batch และน้ำหนักตรงกับใบรับหรือไม่ ถ้าไม่ตรงจะไม่ให้ผ่านไปขั้นถัดไป
Tag ที่ฝังอยู่กับพื้นระบุขาและชั้นให้ตรงกับของจริง ไม่ใช่ตำแหน่งที่คนพิมพ์เข้าไปเอง
แผนผังคลังอัปเดตทันที ส่วนการย้ายตำแหน่งใช้ขั้นตอนเดียวกันคือสแกนของแล้วสแกนช่องใหม่ และเก็บประวัติการย้ายไว้ทุกครั้ง
เปิดดูรายช่องได้ว่าในตำแหน่งนั้นมีพาเลทใดบ้าง แต่ละใบเป็น Material อะไร สายพันธุ์อะไร Batch ไหน น้ำหนักเท่าไร อยู่ขาที่เท่าไร ชั้นที่เท่าไร และรับเข้ามาวันไหน คอลัมน์อายุการเก็บที่ท้ายตารางคือสิ่งที่ทำให้บังคับ FIFO ได้จริง เพราะรู้ว่าใบไหนอยู่มานานที่สุด
เมล็ดพันธุ์พืชต้องรมยาตามรอบ และต้องพิสูจน์ได้ว่าทำจริง
จุดที่สำคัญที่สุดของส่วนนี้คือ ระหว่างรมยา สถานะของ Batch จะเป็น “อยู่ระหว่างรมยา” และระบบจะไม่ยอมให้นำไปจ่ายออก ไม่ว่าจะมีใบสั่งจ่ายเข้ามาหรือไม่ ส่วนประวัติการรมทุกรอบถูกเก็บไว้ให้ตรวจย้อนหลังได้ทั้ง Batch
ข้อห้ามที่เขียนไว้ในคู่มือ คนลืมได้ ข้อห้ามที่ระบบบังคับ ลืมไม่ได้
ห้าขั้นตอน และมีระบบคิวคั่นอยู่ตรงกลางเพื่อไม่ให้รถแออัดหน้า Dock
รายการจ่ายสินค้าตรวจสอบได้ทันทีหลังกดยืนยัน ค้นหาและส่งออกเป็น Excel ได้ สังเกตว่าในแถวเดียวกันมีทั้งวันที่รับเข้าและวันที่จ่ายออก ซึ่งเป็นสองค่าที่ระบบเอาไปคิดค่ารับฝากต่อได้เองโดยไม่ต้องให้ใครไปนับวัน
หกชุดหลักที่ครอบคลุมตั้งแต่ของเข้าจนออก
ส่วนที่แยกคลังรับฝากออกจากคลังของตัวเอง
ค่าฝากที่คิดด้วยมือ ผิดพลาดแล้วไม่มีใครทักท้วง เพราะไม่มีใครรู้ว่ามันควรเป็นเท่าไร
ของที่ใช้ได้ดีในคลังปกติ ไม่ได้แปลว่าจะรอดในห้องเย็น
สามชั้น จากอุปกรณ์หน้างานขึ้นไปถึงระบบบัญชี
จุดที่เราออกแบบไว้ตั้งแต่ต้นคือ งานในคลังต้องดำเนินต่อได้แม้ ERP ขาดการเชื่อมต่อ SmartWMS เก็บข้อมูลไว้แล้วส่งซ้ำเมื่อกลับมาออนไลน์ เพราะรถที่มาถึงหน้า Dock แล้วไม่รอให้ระบบบัญชีกลับมา
คลังห้องเย็นที่แม่นยำ ตรวจสอบได้ และมองเห็นทั้งหมด
เล่าขั้นตอนปัจจุบันให้เราฟัง พร้อมจำนวนห้องเย็นและปริมาณพาเลทต่อวัน เราช่วยประเมินว่าควรวางจุดอ่านตรงไหนบ้าง และสาธิตระบบจริงให้ดูได้