ระบบติดตามผ้า ซัก อบ รีด ด้วย RFID สำหรับธุรกิจรับจ้างซักผ้าครบวงจร

ผ้าเข้าโรงงานวันละ 20 ตัน ปริมาณระดับนี้ตรวจนับเป็นถุงไม่พอ ต้องนับเป็นรายชิ้น ระบบนี้ติดตามผ้าตั้งแต่จัดคิวรับที่บริษัทลูกค้า คัดแยก ซักรีด พับแพ็ค ส่งคืน จนถึงออกใบแจ้งหนี้

ภาพจำลองสถานีคัดแยกผ้าในโรงงานซักรีด พนักงานยืนใช้งานจอสัมผัสบนขาตั้ง ข้างโต๊ะคัดแยกผ้าพับ มีเครื่องซักอุตสาหกรรมเรียงอยู่ด้านหลัง ภาพจำลองระบบ

สถานีคัดแยกคือจุดที่งานเปลี่ยนจากการเขียน Label ด้วยมือ เป็นการอ่าน Tag ทุกชิ้นในครั้งเดียว พนักงานวาง Tag ตามจำนวนชิ้นผ้า อ่านรอบเดียว ระบบบันทึกชนิดและจำนวนให้ทั้งกอง แล้วจึงร้อย Tag เข้ากับชิ้นผ้าแทน Label เดิม

ปัญหาของระบบเดิม

ผ้าเข้าวันละ 20 ตัน แต่ตรวจนับได้แค่ระดับถุง

  • รับผ้าแค่นับถุงหรือนับลัง ตั้งแต่จุดรับที่บริษัทลูกค้า ไม่รู้ว่าในถุงมีผ้าอะไรและกี่ชิ้น
  • Label ผ้าเขียนด้วยมือ เขียนรหัสลูกค้าแล้วร้อยทีละชิ้น ใช้เวลานานและอ่านผิดได้
  • จดบันทึกบนกระดาษ ยอดผ้าแต่ละชนิดต้องรวบรวมและคีย์ซ้ำเข้าระบบภายหลัง
  • ไม่เห็นสถานะงาน ไม่รู้ว่าผ้าของลูกค้าแต่ละรายอยู่ขั้นตอนใดในโรงงาน

และปัญหาที่ตามมาถึงบิล

สองข้อนี้คือที่ที่เงินและความสัมพันธ์กับลูกค้าหายไป

  • ผ้าขาดหรือหาย ตรวจยาก ไม่รู้ว่าขาดที่ขั้นตอนไหน จึงกลายเป็นข้อโต้แย้งกับลูกค้าที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้
  • คิดค่าบริการช้า ต้องรอสรุปยอดด้วยมือก่อนจึงออกใบแจ้งหนี้ได้ ยิ่งลูกค้าเยอะ ยิ่งออกบิลช้า
  • ทุกข้อข้างบนมีต้นเหตุเดียวกัน คือหน่วยที่นับกับหน่วยที่คิดเงินไม่ใช่หน่วยเดียวกัน รับเป็นถุง แต่คิดเงินเป็นชิ้น

ถ้าหน่วยที่นับตอนรับ ไม่ใช่หน่วยเดียวกับที่ออกบิล ส่วนต่างจะไปโผล่ตอนที่ไม่มีใครพิสูจน์อะไรได้แล้ว

หัวใจของระบบคือจุดตรวจนับห้าจุดที่เทียบยอดกันได้

แต่ละจุดนับคนละหน่วย แต่แปลงกลับมาเทียบกันได้ทั้งหมด

  • 1. รับที่ลูกค้า สแกน QR ของ Tag ที่ผูกกับถุง ถ่ายภาพ ลูกค้าเซ็น นับเป็นถุงหรือกระสอบ
  • 2. คัดแยก อ่าน RFID ทุกชิ้นในครั้งเดียว แยกตามชนิดผ้า นับเป็นชิ้น × ชนิด
  • 3. ยืนยันยอด อ่าน Tag ที่ตัดออกก่อนรีด หรือเมื่อผ่านขั้นตอนครบ นับเป็นชิ้น × ชนิด อีกรอบ
  • 4. พับและแพ็ค ระบุจำนวนต่อแพ็ค พิมพ์ Label พร้อม QR นับเป็นแพ็ค
  • 5. ส่งมอบ สแกน QR ตอนขึ้นรถและที่บริษัทลูกค้า ตรวจพิกัด ลูกค้าเซ็นรับ นับเป็นแพ็ค

สมการที่ระบบคอยเฝ้าคือ ยอดคัดแยก = ยอดยืนยัน = จำนวนแพ็ค × จำนวนต่อแพ็ค ถ้าสามค่านี้ไม่เท่ากันเมื่อไร Dashboard จะแสดงทันทีว่าขาดกี่ชิ้น และขาดในช่วงระหว่างจุดไหนกับจุดไหน

การรู้ว่าผ้าขาด มีประโยชน์น้อยกว่าการรู้ว่าผ้าขาดระหว่างขั้นตอนไหนมาก

ขั้นที่ 1 จัดคิวและรับผ้าที่บริษัทลูกค้า

Admin สั่งงานบนเว็บ รถแต่ละสายเห็นเฉพาะงานของตัวเอง

ภาพประกอบการแนะนำลำดับเส้นทางรับผ้า จากโรงงานไปจุดที่หนึ่ง จุดที่สอง จนถึงจุดสุดท้าย แล้ววนกลับโรงงาน ภาพประกอบแนวคิด
ภาพจำลองพนักงานขับรถใช้เครื่องมือถือที่ท้ายรถบรรทุก ข้างกองถุงผ้าที่มัดและติดป้ายไว้ รอขึ้นรถ ภาพจำลองระบบ

Admin คีย์คิวรับผ้าบนเว็บ

เลือกลูกค้า วันที่ และสายรถ หรือจะมอบหมายให้รถคันใดก็ได้ งานจะขึ้นบนจอเครื่องมือถือประจำรถ โดยรถแต่ละสายเห็นเฉพาะงานของสายตัวเอง

ระบบแนะนำลำดับเส้นทาง

ใช้พิกัด GPS จากเครื่องในรถเทียบกับพิกัดของลูกค้าที่เก็บไว้ใน Master แล้วเรียงว่าควรเข้าจุดไหนก่อนหลัง

ที่จุดรับผ้า ทำสี่อย่าง

  • เลือกงานรับ จากคิวที่ขึ้นบนจอ พร้อมดูรายละเอียดงาน
  • สแกน QR ที่ตัว Tag แล้วผูกกับถุง กระสอบ หรือก้อนผ้าก่อนขึ้นรถ
  • ถ่ายภาพแต่ละถุง เก็บขึ้นระบบเป็นหลักฐานทั้งจำนวนและสภาพ
  • ลูกค้าเซ็นส่งบนหน้าจอ ระบบบันทึกจำนวนถุง เวลา และพิกัดไว้พร้อมกัน

ผลคือรู้จำนวนถุงของลูกค้าแต่ละราย พร้อมภาพและลายเซ็น ตั้งแต่ก่อนรถจะถึงโรงงาน

ขั้นที่ 2 คัดแยกรายชิ้น อ่าน Tag ทุกชิ้นในครั้งเดียว

ขั้นตอนที่เปลี่ยนจากเขียนมือเป็นอ่านอัตโนมัติ และเป็นจุดที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุด

  • อ่าน Tag ของถุงหนึ่งครั้ง ข้อมูลลูกค้าขึ้นจอทันที ไม่ต้องค้นหาหรือพิมพ์รหัส
  • เลือกชนิดผ้าที่กำลังคัดแยก เช่น ชุดฟอร์ม เสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน
  • วาง Tag ตามจำนวนชิ้นแล้วอ่านรอบเดียว ระบบบันทึกทั้งกองเข้าชนิดผ้านั้นพร้อมกัน แทนการอ่านทีละชิ้น
  • ร้อย Tag เข้ากับชิ้นผ้า แทน Label ผ้าแบบเดิม หรือจะใช้ควบคู่กันไปก่อนก็ได้

พอคัดแยกเสร็จ ระบบสรุปได้ทันทีว่าลูกค้ารายนั้นส่งผ้าชนิดใดมากี่ชิ้น และคำนวณค่าบริการให้เองจากจำนวนชิ้นแต่ละชนิด คูณกับราคาต่อชิ้นที่ตั้งไว้ใน Master ชนิดผ้า ไม่ต้องรอสรุปยอดด้วยมือตอนสิ้นวัน

ขั้นที่ 3 ซัก รีด และยืนยันยอด

จังหวะที่ตัด Tag ออก ถูกออกแบบให้เป็นจุดตรวจนับไปในตัว

  • ผ้าที่ต้องรีด Tag ติดไปกับผ้าตลอดช่วงปั่นซัก แล้วตัดออกก่อนเข้าเครื่องรีด เพราะความร้อนและแรงกดของลูกกลิ้งเกินกว่าที่ Tag ทนได้
  • ผ้าที่ไม่ต้องรีด Tag ยังติดอยู่จนผ่านขั้นตอนครบ แล้วจึงตัดออก
  • ทั้งสองทาง Tag ที่ตัดออกมาจะถูกนำไปอ่านที่สถานียืนยันยอด ได้จำนวนรายชิ้นแยกตามชนิดผ้าอีกครั้ง
  • ยอดนี้ถูกเทียบกับยอดคัดแยกทันที จึงรู้ตั้งแต่ก่อนพับว่าครบหรือขาด ไม่ใช่ไปรู้ตอนลูกค้าทัก

ข้อจำกัดเรื่องความร้อนของ Tag เป็นเรื่องทางวัสดุ แก้ไม่ได้ สิ่งที่ออกแบบได้คือเลือกว่าจะให้การตัด Tag ออกไปเป็นภาระ หรือเป็นโอกาสตรวจนับ ระบบนี้เลือกอย่างหลัง เพราะอย่างไรก็ต้องตัดอยู่แล้ว

ภาพจำลองสถานีพับและแพ็ค พนักงานใช้งานแท็บเล็ตบนขาตั้งที่มีเครื่องพิมพ์ Label ติดอยู่ ข้างโต๊ะพับผ้า ภาพจำลองระบบ

ขั้นที่ 4 พับและแพ็ค ตัวติดตามเปลี่ยนจาก Tag เป็น QR

ถึงขั้นนี้ผ้าไม่มี Tag แล้ว Label จึงต้องรับช่วงต่อ

  • เลือกลูกค้า จอแสดงเฉพาะลูกค้าที่ผ่านทุกขั้นตอนแล้ว พร้อมจำนวนแต่ละชนิด
  • ระบุงานพับ ชนิดผ้าและจำนวนต่อแพ็ค รองรับทั้งพับมือและเครื่องพับอัตโนมัติ
  • พิมพ์ Label ที่มีชื่อลูกค้า ชนิดผ้า จำนวนต่อแพ็ค วันที่แพ็ค และ QR Code
  • นับแพ็คอัตโนมัติ และอัปเดต Dashboard ว่าลูกค้ารายนี้พร้อมส่งแล้ว

QR บน Label ถูกใช้สองครั้ง คือตอนโหลดขึ้นรถเพื่อตรวจว่าครบทุกแพ็ค และตอนส่งมอบเพื่อกันการส่งผิดลูกค้า ถ้าสแกนแพ็คที่ไม่ใช่ของลูกค้ารายนั้น ระบบเตือนทันที

ขั้นที่ 5 ส่งคืน ตรวจครบก่อนออกรถ ตรวจพิกัดก่อนส่งมอบ

สองด่านที่กันความผิดพลาดคนละแบบ

  • ตอนโหลดขึ้นรถ จอแสดงเฉพาะลูกค้าที่มีผ้าพร้อมส่งคืน สแกน QR ทุกแพ็ค ระบบตรวจว่าถูกลูกค้าและครบจำนวน แล้วสถานะจึงเปลี่ยนเป็นกำลังจัดส่ง
  • ตอนถึงบริษัทลูกค้า ระบบตรวจพิกัด GPS ก่อน ถ้าอยู่ไกลเกินรัศมีที่กำหนดจะแจ้งเตือน กันกรณีกดเลือกลูกค้าผิดรายตั้งแต่ต้น
  • สแกน QR ยืนยันการส่ง ตรวจครบทุกแพ็ค แล้วลูกค้าเซ็นรับบนหน้าจอ สถานะเปลี่ยนเป็นส่งมอบแล้ว
  • ทั้งภาพตอนรับและลายเซ็นตอนส่งถูกเก็บไว้กับงานนั้น เวลามีข้อโต้แย้ง จึงเปิดหลักฐานได้ทันทีแทนการเถียงกันด้วยความจำ
ภาพจำลองพนักงานขับรถสแกน QR ที่แพ็คผ้าท้ายรถ พร้อมแผงแสดงผลการตรวจพิกัด GPS และรายการแพ็คที่สแกนครบแล้ว ภาพจำลองระบบ

ขั้นที่ 6 Dashboard รายงาน และใบแจ้งหนี้

จากยอดผ้าจริง ไปถึงใบแจ้งหนี้โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ

  • Dashboard หน้าเดียว แสดงลูกค้าทุกรายเรียงกัน พร้อมยอดรับเป็นถุง ยอดคัดแยก ยอดยืนยัน จำนวนแพ็ค จำนวนที่ส่งมอบ และสถานะปัจจุบัน
  • แจ้งเตือนเมื่อยอดไม่ตรงกัน และคลิกเข้าไปดูรายละเอียดแยกตามชนิดผ้าได้ว่าชนิดไหนขาด
  • ใบแจ้งหนี้ สรุปตามลูกค้าและรอบวางบิล แจกแจงตามชนิดผ้าและวันที่ พิมพ์หรือส่งออกได้ทันที
  • รายงานตามลูกค้า ปริมาณผ้าแต่ละชนิดต่อรอบ ประวัติรับส่งพร้อมภาพและลายเซ็น และรายการที่ขาดหรือไม่ครบ
  • รายงานการดำเนินงาน ปริมาณงานต่อวันและต่อสายรถ ผลงานของแต่ละสถานี และรายได้แยกตามลูกค้าและชนิดผ้า

Tag สามแบบ สำหรับงานคนละอย่าง

ผ้าซักรีดเป็นสภาพแวดล้อมที่โหดกับ Tag เป็นพิเศษ ทั้งน้ำ ความร้อน และแรงปั่น

RFID Laundry Tag ทรงกระดุม สองขนาด มีสองรูสำหรับร้อยติดกับผ้า ภาพประกอบสเปกจากผู้ผลิต

แบบกระดุม ใช้หมุนเวียน

ทรงกระดุมผิวเรียบ มีสองรูสำหรับร้อยติดกับผ้า ใช้คลื่น UHF ตัดออกก่อนเข้าเครื่องรีดแล้วนำกลับมาใช้รอบถัดไปได้ เป็นแบบหลักของงานรับจ้างซัก

UHF Laundry Tag แบบผ้าเย็บติด สองขนาด 55 คูณ 10 มิลลิเมตร และ 70 คูณ 15 มิลลิเมตร ภาพประกอบสเปกจากผู้ผลิต

แบบเย็บติด สำหรับผ้าเช่า

Tag ผ้าเย็บติดถาวร มีขนาด 55 × 10 มม. และ 70 × 15 มม. เหมาะกับธุรกิจให้เช่าผ้า เพราะผ้าแต่ละผืนมีรหัสของตัวเองตลอดอายุการใช้งาน นับรอบซักได้ว่าผืนไหนผ่านมากี่รอบแล้ว

Tag ผูกถุงผ้า ขนาด 91 คูณ 33 มิลลิเมตร แสดงตำแหน่งเสาอากาศ RFID ภายใน พร้อมการพิมพ์ EPC บาร์โค้ด และ QR Code บนผิว ภาพประกอบสเปกจากผู้ผลิต

แบบผูกถุง มีทั้ง RFID และ QR

ขนาด 91 × 33 มม. มุมโค้ง มีรูร้อย ภายในเป็นเสาอากาศและชิป RFID ส่วนผิวพิมพ์ทั้ง EPC บาร์โค้ด และ QR Code ใบเดียวจึงใช้ได้ทั้งที่จุดรับซึ่งสแกน QR ด้วยมือถือ และที่สถานีคัดแยกซึ่งอ่าน RFID

ทุกจุดงานใช้ข้อมูลชุดเดียวกันบน Cloud

สามกลุ่มอุปกรณ์ หนึ่งฐานข้อมูล

  • ในโรงงาน สถานีคัดแยกและสถานียืนยันยอดใช้จอคู่กับเครื่องอ่าน RFID ส่วนสถานีพับและแพ็คใช้แท็บเล็ตคู่กับเครื่องพิมพ์ Label
  • ภาคสนาม เครื่องมือถือกันกระแทกประจำรถ ทำได้ทั้งสแกน QR อ่านพิกัด GPS ถ่ายภาพ และรับลายเซ็น
  • สำนักงาน เว็บแอปสำหรับ Admin บัญชี และผู้บริหาร เปิด Dashboard ได้จากทุกอุปกรณ์
  • สิทธิ์แยกตามบทบาท คนขับเห็นเฉพาะงานของสายตัวเอง พนักงานแต่ละสถานีเห็นเฉพาะหน้าจอของจุดงานตัวเอง ส่วน Admin บัญชี และผู้บริหารเห็นคนละชุดกัน

ระยะเวลาติดตั้งจนเปิดใช้งานจริงอยู่ที่ประมาณ 120 วัน ไล่จากสำรวจหน้างานและออกแบบ จัดซื้ออุปกรณ์และตั้งค่า Cloud พัฒนาส่วนเว็บ สถานี และมือถือ ติดตั้งและทดสอบ อบรมและทดลองใช้จริง แล้วจึงเปิดใช้งาน

สิ่งที่ได้เมื่อระบบเดินครบวง

ผ้า 20 ตันต่อวัน ที่ตรวจนับได้ทุกชิ้น ทุกขั้นตอน

  • ติดตามเป็นรายชิ้น แยกชนิดและจำนวนตั้งแต่ขั้นคัดแยก ไม่ใช่รู้แค่ว่ามากี่ถุง
  • ห้าจุดตรวจนับเทียบยอดกันได้ รู้ทันทีว่าครบหรือขาด และขาดที่ช่วงไหน
  • มีหลักฐานทั้งภาพและลายเซ็น ทั้งตอนรับผ้าและตอนส่งมอบ
  • ตรวจพิกัดก่อนยืนยันการส่ง ลดความเสี่ยงส่งผิดลูกค้าซึ่งแก้ทีหลังแพงเสมอ
  • ออกใบแจ้งหนี้ได้ทันที คำนวณจากยอดจริงคูณราคาที่ตั้งไว้ใน Master ไม่ต้องคีย์ซ้ำ
ระบบ RFID คลังสินค้า SmartWMS ระบบติดตามสายการผลิต ระบบค้าปลีกหลายสาขา Case Study ติดตามสายการผลิตกว่า 1,000 จุด รับพัฒนาระบบ RFID

โรงงานซักผ้าของคุณยังนับเป็นถุง แต่คิดเงินเป็นชิ้นอยู่หรือเปล่า?

เล่าขั้นตอนงานจริงให้เราฟัง ทั้งปริมาณผ้าต่อวัน จำนวนลูกค้าประจำ และสายรถรับส่ง เราช่วยประเมินว่าควรวางจุดอ่านตรงไหนบ้าง และสาธิตระบบให้ดูได้

ติดต่อเรา