สถานีคัดแยกคือจุดที่งานเปลี่ยนจากการเขียน Label ด้วยมือ เป็นการอ่าน Tag ทุกชิ้นในครั้งเดียว พนักงานวาง Tag ตามจำนวนชิ้นผ้า อ่านรอบเดียว ระบบบันทึกชนิดและจำนวนให้ทั้งกอง แล้วจึงร้อย Tag เข้ากับชิ้นผ้าแทน Label เดิม
ผ้าเข้าวันละ 20 ตัน แต่ตรวจนับได้แค่ระดับถุง
สองข้อนี้คือที่ที่เงินและความสัมพันธ์กับลูกค้าหายไป
ถ้าหน่วยที่นับตอนรับ ไม่ใช่หน่วยเดียวกับที่ออกบิล ส่วนต่างจะไปโผล่ตอนที่ไม่มีใครพิสูจน์อะไรได้แล้ว
แต่ละจุดนับคนละหน่วย แต่แปลงกลับมาเทียบกันได้ทั้งหมด
สมการที่ระบบคอยเฝ้าคือ ยอดคัดแยก = ยอดยืนยัน = จำนวนแพ็ค × จำนวนต่อแพ็ค ถ้าสามค่านี้ไม่เท่ากันเมื่อไร Dashboard จะแสดงทันทีว่าขาดกี่ชิ้น และขาดในช่วงระหว่างจุดไหนกับจุดไหน
การรู้ว่าผ้าขาด มีประโยชน์น้อยกว่าการรู้ว่าผ้าขาดระหว่างขั้นตอนไหนมาก
Admin สั่งงานบนเว็บ รถแต่ละสายเห็นเฉพาะงานของตัวเอง
เลือกลูกค้า วันที่ และสายรถ หรือจะมอบหมายให้รถคันใดก็ได้ งานจะขึ้นบนจอเครื่องมือถือประจำรถ โดยรถแต่ละสายเห็นเฉพาะงานของสายตัวเอง
ใช้พิกัด GPS จากเครื่องในรถเทียบกับพิกัดของลูกค้าที่เก็บไว้ใน Master แล้วเรียงว่าควรเข้าจุดไหนก่อนหลัง
ผลคือรู้จำนวนถุงของลูกค้าแต่ละราย พร้อมภาพและลายเซ็น ตั้งแต่ก่อนรถจะถึงโรงงาน
ขั้นตอนที่เปลี่ยนจากเขียนมือเป็นอ่านอัตโนมัติ และเป็นจุดที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุด
พอคัดแยกเสร็จ ระบบสรุปได้ทันทีว่าลูกค้ารายนั้นส่งผ้าชนิดใดมากี่ชิ้น และคำนวณค่าบริการให้เองจากจำนวนชิ้นแต่ละชนิด คูณกับราคาต่อชิ้นที่ตั้งไว้ใน Master ชนิดผ้า ไม่ต้องรอสรุปยอดด้วยมือตอนสิ้นวัน
จังหวะที่ตัด Tag ออก ถูกออกแบบให้เป็นจุดตรวจนับไปในตัว
ข้อจำกัดเรื่องความร้อนของ Tag เป็นเรื่องทางวัสดุ แก้ไม่ได้ สิ่งที่ออกแบบได้คือเลือกว่าจะให้การตัด Tag ออกไปเป็นภาระ หรือเป็นโอกาสตรวจนับ ระบบนี้เลือกอย่างหลัง เพราะอย่างไรก็ต้องตัดอยู่แล้ว
ถึงขั้นนี้ผ้าไม่มี Tag แล้ว Label จึงต้องรับช่วงต่อ
QR บน Label ถูกใช้สองครั้ง คือตอนโหลดขึ้นรถเพื่อตรวจว่าครบทุกแพ็ค และตอนส่งมอบเพื่อกันการส่งผิดลูกค้า ถ้าสแกนแพ็คที่ไม่ใช่ของลูกค้ารายนั้น ระบบเตือนทันที
สองด่านที่กันความผิดพลาดคนละแบบ
จากยอดผ้าจริง ไปถึงใบแจ้งหนี้โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ
ผ้าซักรีดเป็นสภาพแวดล้อมที่โหดกับ Tag เป็นพิเศษ ทั้งน้ำ ความร้อน และแรงปั่น
ทรงกระดุมผิวเรียบ มีสองรูสำหรับร้อยติดกับผ้า ใช้คลื่น UHF ตัดออกก่อนเข้าเครื่องรีดแล้วนำกลับมาใช้รอบถัดไปได้ เป็นแบบหลักของงานรับจ้างซัก
Tag ผ้าเย็บติดถาวร มีขนาด 55 × 10 มม. และ 70 × 15 มม. เหมาะกับธุรกิจให้เช่าผ้า เพราะผ้าแต่ละผืนมีรหัสของตัวเองตลอดอายุการใช้งาน นับรอบซักได้ว่าผืนไหนผ่านมากี่รอบแล้ว
ขนาด 91 × 33 มม. มุมโค้ง มีรูร้อย ภายในเป็นเสาอากาศและชิป RFID ส่วนผิวพิมพ์ทั้ง EPC บาร์โค้ด และ QR Code ใบเดียวจึงใช้ได้ทั้งที่จุดรับซึ่งสแกน QR ด้วยมือถือ และที่สถานีคัดแยกซึ่งอ่าน RFID
สามกลุ่มอุปกรณ์ หนึ่งฐานข้อมูล
ระยะเวลาติดตั้งจนเปิดใช้งานจริงอยู่ที่ประมาณ 120 วัน ไล่จากสำรวจหน้างานและออกแบบ จัดซื้ออุปกรณ์และตั้งค่า Cloud พัฒนาส่วนเว็บ สถานี และมือถือ ติดตั้งและทดสอบ อบรมและทดลองใช้จริง แล้วจึงเปิดใช้งาน
ผ้า 20 ตันต่อวัน ที่ตรวจนับได้ทุกชิ้น ทุกขั้นตอน
เล่าขั้นตอนงานจริงให้เราฟัง ทั้งปริมาณผ้าต่อวัน จำนวนลูกค้าประจำ และสายรถรับส่ง เราช่วยประเมินว่าควรวางจุดอ่านตรงไหนบ้าง และสาธิตระบบให้ดูได้