ระบบ RFID จัดคิวรถขนส่งแผ่นพรีคาสท์ และติดตามแร็คที่ต้องนำกลับจากหน้างาน

โรงงานพรีคาสท์มีรถบรรทุกเข้ามารอรับแผ่นทุกวัน และทุกเที่ยวที่ออกไปจะพาแร็คเหล็กออกไปด้วย งานนี้แก้สองเรื่องพร้อมกัน คือทำให้ลำดับคิวเป็นเรื่องที่เถียงกันไม่ได้ และทำให้รู้ว่าแร็คใบไหนยังไม่กลับมา

รถบรรทุกพื้นเรียบจอดอยู่ในช่องทางลงคิวของโรงงานพรีคาสท์ ข้างตู้เครื่องอ่าน RFID ที่ตั้งอยู่ริมทางวิ่ง มีแร็คเหล็กสีน้ำเงินวางเรียงอยู่ด้านหลัง ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังทะเบียนรถและชื่อบริษัทขนส่งแล้ว

ช่องทางลงคิวที่หน้าโรงงาน ตู้เครื่องอ่านตั้งอยู่ริมทางวิ่งที่ระดับหน้าต่างรถ คนขับยื่นบัตรจากที่นั่งคนขับได้เลย ด้านหลังคือแร็คเหล็กที่รอบรรทุกแผ่นพรีคาสท์ออกไปหน้างาน

ปัญหาของคิวที่คนเป็นคนจัด

ทุกข้อคือเรื่องที่เกิดซ้ำทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ

  • ลำดับคิวเป็นเรื่องที่เถียงกันได้ ถ้าคิวมาจากสมุดที่คนเขียน ลำดับก็ขึ้นกับว่าใครเขียนและเขียนตอนไหน คนขับที่มาถึงก่อนแต่ได้คิวหลังจะไม่ยอม
  • คนขับไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวตัวเอง จึงต้องยืนรอใกล้จุดจ่ายงานตลอด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเครนและรถวิ่งอยู่
  • ฝ่ายวางแผนไม่มีตัวเลขว่าวันนี้มีรถกี่คัน รอมานานเท่าไร และงานค้างอยู่กี่งาน ตอบได้ก็ต่อเมื่อเดินไปนับ
  • เวลาที่ใช้ต่อเที่ยวไม่มีใครจับ จึงไม่มีข้อมูลไปคุยกับผู้รับเหมาขนส่งว่าความล่าช้าเกิดจากฝั่งไหน

ปัญหาของแร็คที่ไม่กลับมา

เรื่องที่มองข้ามได้ง่าย จนกระทั่งวันที่แร็คไม่พอ

  • แร็คเหล็กไม่ใช่สินค้า แต่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องได้กลับมาใช้ซ้ำ แร็คที่ค้างอยู่ตามหน้างานก่อสร้างคือเงินที่จมอยู่นอกโรงงาน
  • เมื่อแร็คไม่พอ ของที่ผลิตเสร็จแล้วก็ส่งออกไม่ได้ ปัญหาที่ดูเหมือนเรื่องอุปกรณ์จึงกลายเป็นปัญหาของสายการผลิต
  • การนับแร็คด้วยการจดว่าออกไปกี่ใบและกลับมากี่ใบ บอกได้แค่ยอดรวม แต่บอกไม่ได้ว่าใบไหนอยู่ที่ไหน พอยอดไม่ตรงก็ไล่ไม่ถูกว่าต้องไปตามที่ไซต์ไหน
  • หน้างานก่อสร้างอยู่กระจายกันคนละที่ ไม่มีใครไปยืนนับให้ได้ทุกไซต์ทุกวัน ข้อมูลจึงต้องเกิดขึ้นเองตอนของผ่านประตูโรงงาน

ลงคิวด้วยบัตร แล้วรับสลิปไปถือไว้

คิวเกิดจากเวลาที่เครื่องอ่านบันทึก ไม่ใช่เวลาที่คนจดลงสมุด

1. คนขับมีบัตรประจำตัวของตัวเอง

บัตร RFID หนึ่งใบผูกกับคนขับหนึ่งคน มีหมายเลขประจำบัตรกำกับไว้ ทำให้ทุกครั้งที่ลงคิว ระบบรู้ทั้งว่าเป็นรถคันไหนและคนขับคนไหน โดยไม่ต้องให้ใครคีย์อะไรเลย

2. แตะบัตรที่ตู้ริมทางวิ่ง

ตู้ลงคิวตั้งอยู่ที่ระดับหน้าต่างรถ คนขับยื่นบัตรให้เครื่องอ่านจากที่นั่งคนขับได้เลย ไม่ต้องลงจากรถ ซึ่งสำคัญมากในพื้นที่ที่มีรถบรรทุกและเครนทำงานอยู่ตลอด

3. สลิปคิวพิมพ์ออกทันที

ตู้พิมพ์สลิปที่มีลำดับคิว ทะเบียน ชื่อคนขับ เวลาลงคิว และบาร์โค้ดสำหรับอ้างอิงในขั้นตอนถัดไป คนขับถือสลิปไว้เป็นหลักฐานของลำดับตัวเอง

ตู้คีออสก์สำหรับลงคิวรถบรรทุก มีจอแสดงผลด้านบนและช่องพิมพ์สลิปด้านล่าง ตั้งอยู่ข้างผนังอาคาร ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังโลโก้ลูกค้าบนหน้าจอแล้ว
บัตร RFID ประจำตัวพนักงานขับรถขนส่งในซองพลาสติกใส ระบุว่าเป็นบัตรของระบบจัดคิวอัตโนมัติ พร้อมหมายเลขประจำบัตร ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังโลโก้ลูกค้าแล้ว
สลิปคิวที่พิมพ์ออกจากตู้ แสดงลำดับคิว ทะเบียน ชื่อคนขับ เวลาลงคิว บาร์โค้ด และรหัสโรงงานกับรหัสแร็คที่ได้รับ ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังชื่อลูกค้า รหัสโรงงาน ชื่อคนขับ และทะเบียนรถแล้ว

บนสลิปจะเห็นลำดับคิว เวลาลงคิวที่ระบุถึงระดับนาที และช่องล่างที่ระบุรหัสโรงงานที่ต้องไปรับของ กับรหัสแร็คที่รถคันนั้นได้รับไป สองค่าหลังนี่เองที่ทำให้สลิปใบเดียวเชื่อมเรื่องคิวเข้ากับเรื่องการตามแร็คกลับ (รหัสโรงงานถูกปิดบังไว้ในภาพ เพราะเป็นรหัสภายในของลูกค้า)

คิวที่เกิดจากเวลาที่เครื่องอ่านบันทึก เป็นคิวที่ไม่มีใครต้องเถียงกัน

จอมอนิเตอร์ที่หน้างานแสดงรายการคิวรถขนส่ง เรียงตามลำดับคิวพร้อมวันเวลาที่ลงคิว และแถบหัวจอที่สรุปจำนวนรถและจำนวนงานทั้งหมด ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังทะเบียนรถ ชื่อบริษัทขนส่ง และชื่อคนขับแล้ว

จอแสดงคิวที่ทุกคนเห็นตรงกัน

ข้อมูลชุดเดียวกัน แสดงให้คนขับและฝ่ายวางแผนดูพร้อมกัน

  • คิวเรียงตามลำดับพร้อมเวลาที่ลงคิว คนขับดูจอแล้วรู้เองว่าเหลืออีกกี่คิวถึงจะถึงตัวเอง ไม่ต้องไปยืนรอที่จุดจ่ายงาน
  • แถบหัวจอสรุปจำนวนรถที่รออยู่และจำนวนงานทั้งหมด เป็นตัวเลขที่เดิมต้องเดินไปนับถึงจะตอบได้
  • เวลาลงคิวถูกบันทึกทุกรายการ ทำให้คิดเวลารอเฉลี่ยต่อเที่ยวได้จริง ซึ่งกลายเป็นข้อมูลไปคุยกับผู้รับเหมาขนส่งแทนความรู้สึก
  • จอทำหน้าที่เดียวกับที่คนคนหนึ่งเคยทำ คือคอยตอบว่าถึงคิวใครแล้ว ต่างกันที่จอไม่เคยลืม ไม่เคยลำเอียง และไม่มีวันหยุด

ในภาพนี้เราปิดบังคอลัมน์ทะเบียนรถ ชื่อบริษัทขนส่ง และชื่อคนขับไว้ทั้งหมด เพราะเป็นข้อมูลของบุคคลและของบริษัทคู่ค้าที่ไม่ได้มาตกลงกับเรา ส่วนลำดับคิว เวลา และตัวเลขสรุปหัวจอคงไว้ครบ

ติด Tag ที่แร็ค แล้วให้ประตูเป็นคนนับ

ของที่ต้องได้คืน ต้องมีชื่อของตัวเอง ไม่ใช่แค่ถูกนับเป็นจำนวน

แร็คเหล็กสีน้ำเงินสำหรับขนแผ่นพรีคาสท์ ติด RFID Tag ไว้ที่คานเหล็ก พร้อมป้ายรหัสประจำแร็คพ่นไว้ที่ตัวโครง ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังรหัสโรงงานของลูกค้าแล้ว
  • แร็คแต่ละใบมีรหัสประจำใบพ่นไว้ที่ตัวโครง คู่กับ RFID Tag ที่ติดอยู่บนคานเหล็ก คนอ่านด้วยตาก็ได้ เครื่องอ่านด้วยคลื่นก็ได้ ได้ข้อมูลใบเดียวกัน
  • Tag ต้องเป็นชนิดที่ติดกับโลหะได้ เพราะตัวแร็คเป็นเหล็กทั้งใบ Tag ทั่วไปวางบนเหล็กแล้วจะอ่านไม่ติด
  • ตำแหน่งติดต้องทนการขนย้ายและการยกด้วยเครน และอยู่สูงพอที่เสาอากาศที่ประตูจะกวาดเจอตอนรถวิ่งผ่าน
  • เมื่อแร็คมีชื่อของตัวเอง คำถามก็เปลี่ยนจาก “หายไปกี่ใบ” เป็น “ใบไหนออกไปกับรถคันไหน วันไหน และยังไม่กลับมา” ซึ่งเป็นคำถามที่ตามต่อได้

อ่านตอนผ่านประตู โดยไม่ต้องหยุดรถ

ทั้งขาออกและขาเข้า ใช้จุดเดียวกัน

  • ขาออก ระบบอ่านว่ารถคันนี้พาแร็คใบไหนออกไปบ้าง แล้วผูกกับใบงานของเที่ยวนั้น
  • ขาเข้า ระบบอ่านว่าแร็คใบไหนกลับมาแล้ว ส่วนใบที่ยังไม่ถูกอ่านกลับเข้ามาก็คือใบที่ยังค้างอยู่ที่หน้างาน
  • ไม่ต้องหยุดรถ แต่ควรชะลอความเร็วลงขณะขับผ่าน โดยเฉพาะตอนบรรทุกแร็คขึ้นไปหลายใบ เพราะ Tag ที่อยู่ลึกเข้าไปในกองต้องการเวลาให้เครื่องอ่านกวาดจนครบ
  • ข้อจำกัดเรื่องความเร็วเป็นเรื่องทางฟิสิกส์ ไม่ใช่ข้อบกพร่องของอุปกรณ์ เราจึงบอกไว้ตรงๆ ในคู่มือหน้างานแทนที่จะปล่อยให้ไปเจอเอง
รถบรรทุกบรรทุกแร็คเหล็กกำลังขับผ่านจุดอ่าน RFID ที่ประตูโรงงาน โดยมีตู้ควบคุมและเสาเครื่องอ่านตั้งอยู่ข้างทางวิ่ง ภาพจากหน้างานจริง ปิดบังทะเบียนรถและชื่อบริษัทขนส่งแล้ว

ของที่ต้องได้คืน ควรถูกนับตอนที่มันเคลื่อนผ่านประตู ไม่ใช่ตอนที่มีคนนึกขึ้นได้ว่าต้องไปตาม

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานนี้

สามข้อที่เอาไปใช้กับงานลานจอดและงานขนส่งอื่นต่อได้

  • ระบบคิวไม่ได้แก้ปัญหาความเร็ว แต่แก้ปัญหาความเป็นธรรม รถไม่ได้เข้าเร็วขึ้นเพราะมีระบบ แต่ทุกคนเห็นลำดับเดียวกันและเถียงกันน้อยลงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเมินค่าเป็นตัวเลขยากแต่รู้สึกได้ทุกวัน
  • อย่าลืมของที่ไม่ใช่สินค้า แร็ค พาเลท ลังหมุนเวียน ถังเปล่า ของพวกนี้ไม่มีมูลค่าในใบส่งของ แต่ถ้าไม่พอเมื่อไหร่ สายการผลิตหยุดทันที
  • ออกแบบให้คนขับไม่ต้องลงจากรถ ทุกจุดที่บังคับให้ลงจากรถคือจุดที่เสียเวลาและเสี่ยงอุบัติเหตุ ตู้ลงคิวจึงต้องอยู่ที่ระดับหน้าต่างรถตั้งแต่วันออกแบบ

งานแบบไหนใช้โครงสร้างเดียวกันนี้ได้อีก

หัวใจคือคิวที่ต้องยุติธรรม และของที่ต้องได้คืน

  • โรงงานหรือคลังที่มีรถขนส่งเข้ามารอรับของเป็นคิวทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้าง อาหารสัตว์ ปูน หรือสินค้าเกษตร
  • ธุรกิจที่ส่งของไปพร้อมภาชนะหรืออุปกรณ์ที่ต้องรับกลับ เช่นถังแก๊ส ถังเคมี ลังพลาสติก หรือแร็คเก็บชิ้นงาน
  • งานที่ปลายทางกระจายอยู่หลายที่จนไปนับเองไม่ไหว จึงต้องให้ข้อมูลเกิดขึ้นเองที่ประตูของเรา ไม่ใช่ที่ปลายทางของเขา
  • พื้นที่ที่ต้องลดการที่คนเดินปะปนกับรถและเครน ซึ่งเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยที่มักถูกยกขึ้นมาทีหลัง ทั้งที่ควรเป็นข้อกำหนดตั้งแต่ต้น
ดูรายละเอียดระบบบริหารพื้นที่จอดรถ ประตู RFID ตรวจสินค้าเข้าออก Case Study ชั่งรถบรรทุกอัตโนมัติ ATO ควบคุมการเคลื่อนไหวกล่องอะไหล่ รับพัฒนาระบบ RFID

มีรถรอคิวหน้าโรงงาน หรือของที่ส่งออกไปแล้วไม่กลับมา?

เล่าขั้นตอนปัจจุบันให้เราฟัง เราช่วยประเมินว่าควรวางจุดอ่านตรงไหน และคุ้มกับจำนวนรถต่อวันของคุณหรือไม่ ปรึกษาฟรี

ติดต่อเรา