ระบบบริหารคลังวัตถุดิบและชิ้นส่วน ด้วย RFID, QR Code และกล้อง AI

ตรวจพัสดุที่เบิกเทียบกับ BOM ประมาณ 400 รายการ เดิมใช้คนตรวจ 5-6 ชั่วโมง ระบบนี้ย้ายการตรวจไปอยู่บนสายพานที่กล้อง AI อ่าน QR ทุกชิ้นขณะของวิ่งผ่าน

ภาพจำลองสถานีตรวจพัสดุ พนักงานวางกล่องพัสดุบนแท่นชั่ง มีกล้อง AI อ่าน QR อยู่ด้านบน และจอแสดงผลเทียบกับ BOM อยู่ข้างๆ ภาพจำลองระบบ

สถานีตรวจก่อนเข้าผลิตทำสามอย่างพร้อมกัน กล้อง AI อ่าน QR ว่าเป็นพัสดุรหัสอะไร ตาชั่งอ่านน้ำหนักเทียบค่ามาตรฐาน และระบบเทียบผลกับ BOM ของโปรเจกต์นั้นทันที ทั้งสามอย่างนี้เดิมเป็นงานที่คนต้องทำทีละรายการ

ช่องว่างที่ระบบเดิมยังไม่ครอบคลุม

ระบบเดิมพิมพ์ Label ได้ แต่ไม่ได้ติดตามอะไรต่อจากนั้น

  • ตอนรับพัสดุ คีย์ PO ในระบบ ERP แล้วพิมพ์ Label ไปติดกับอะไหล่ที่มาส่ง จบแค่นั้น ไม่มีบันทึกว่าเก็บไว้ที่ไหน หรือเก็บแล้วหรือยัง
  • ตอนเบิกพัสดุ คีย์ใบเบิกแล้วระบบสร้าง Label ไปติดถุงหรือลัง แต่ไม่มีอะไรตรวจว่าเบิกมาถูกตัวและถูกจำนวนหรือไม่
  • ตอนตรวจกับ BOM ช่องว่างทุกช่องที่สะสมมาตลอดทางไปโผล่พร้อมกันที่ขั้นตอนนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งเข้าผลิต

ต้นทุนที่ไปตกอยู่ปลายทาง

งานตรวจที่หนักที่สุด คืองานที่ต้องชดเชยความไม่รู้ของทุกขั้นก่อนหน้า

  • 5-6 ชั่วโมงต่อ BOM หนึ่งชุด ที่มีรายการประมาณ 400 บรรทัด เป็นเวลาของคนล้วนๆ
  • ตรวจตอนท้ายแปลว่าแก้ตอนท้าย พบของขาดตอนนั้นคือต้องวิ่งกลับไปหาในคลังใหม่ ทั้งที่ของอาจไม่เคยถูกเก็บเข้าช่องตั้งแต่แรก
  • ไม่รู้ว่าผิดที่ขั้นไหน เพราะระหว่างรับเข้ากับตรวจปลายทาง ไม่มีจุดใดบันทึกสถานะไว้เลย

Label ที่พิมพ์ออกมาแล้วไม่มีใครอ่านกลับ ไม่ใช่การติดตาม มันเป็นแค่การเขียนชื่อ

11 ขั้นตอน ตั้งแต่พัสดุมาส่งจนถึงมือฝ่ายผลิต

แต่ละช่วงใช้เทคโนโลยีคนละอย่าง ตามหน่วยที่ต้องควบคุมในช่วงนั้น

คลังหลักและคลัง Picking · ควบคุมด้วย RFID

  • 1. นำเข้าข้อมูลพัสดุ ตามใบสั่งซื้อ
  • 2. รับพัสดุและผูก RFID tag แยกตามรหัสและ batch
  • 3. จัดเก็บเข้าคลังหลัก ตามตำแหน่งที่ระบบแนะนำ
  • 4. เติมคลัง Picking อัตโนมัติเมื่อของไม่พอ

เบิกเข้าโปรเจกต์ถึงฝ่ายผลิต · ควบคุมด้วย QR และ Pallet tag

  • 5. เบิกเข้าโปรเจกต์ ตาม BOM บนแท็บเล็ต
  • 6. ตรวจสอบกับ BOM ด้วยตาชั่งและกล้อง AI
  • 7-8. จัดลง Pallet และ Confirm จัดส่ง ด้วย Pallet tag
  • 9-11. ฝ่ายผลิตรับ ตรวจซ้ำ และแจ้งปัญหา บนแท็บเล็ต

ขั้นที่ 1 นำเข้าข้อมูลพัสดุตามใบสั่งซื้อ

รับข้อมูลได้สามทาง เลือกตามความพร้อมของฝั่ง ERP

  • คีย์ข้อมูลในระบบ บันทึกรายการพัสดุตาม PO ทีละบรรทัด
  • เชื่อมต่อ Oracle โดยตรง ดึงใบสั่งซื้อผ่าน interface
  • Import ไฟล์ข้อมูล นำเข้าหลายรายการในครั้งเดียว

PO ที่สถานะพร้อมรับจะขึ้นบนเครื่องอ่าน RFID แบบมือถือทันที พนักงานเลือกใบที่ของมาส่งได้เลยโดยไม่ต้องคีย์อะไรซ้ำ

ขั้นที่ 2 รับพัสดุและผูก RFID tag

ทำทั้งหมดบนเครื่องมือถือเครื่องเดียว สี่จังหวะ

  • เลือกใบสั่งซื้อ ที่พัสดุมาส่ง
  • เลือกรายการพัสดุ แต่ละบรรทัดคือหนึ่งรหัสพัสดุกับหนึ่ง batch
  • อ่าน tag ที่ยังว่าง เพื่อผูกข้อมูลเข้ากับ tag
  • จำนวน tag นับให้ทันที บนหน้าจอ เช่น 3 จาก 5

เพราะผูกตั้งแต่รับเข้าและแยกตาม batch สต็อกจึงตามย้อนกลับได้ถึงระดับ batch ไม่ใช่แค่ระดับรหัสพัสดุ

ขั้นที่ 3 จัดเก็บตามตำแหน่งที่ระบบแนะนำ

จุดที่ระบบเดิมขาดไปทั้งขั้น คือไม่มีใครรู้ว่าของไปอยู่ตรงไหน

  • อ่าน tag ของพัสดุที่จะเก็บ หน้าจอขึ้นรหัสและจำนวนให้ยืนยัน
  • ระบบแนะนำช่องจัดเก็บ ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เช่น ประเภทและขนาดพัสดุ พื้นที่ว่างของช่อง และความถี่ในการเบิก
  • มีช่องทางเลือกให้เสมอ เผื่อช่องแรกใช้ไม่ได้จริงที่หน้างาน ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่ผังคลังจะรู้
  • ยืนยันการจัดเก็บ ตั้งแต่วินาทีนั้นระบบรู้ว่าพัสดุทุกชิ้นอยู่ช่องไหน

เกณฑ์การแนะนำตำแหน่งเป็นสิ่งที่ต้องตั้งร่วมกับหน้างาน เพราะคลังแต่ละแห่งให้น้ำหนักไม่เหมือนกัน บางที่เน้นให้ของที่เบิกบ่อยอยู่ใกล้ทางออก บางที่เน้นให้ของตระกูลเดียวกันอยู่ด้วยกันเพื่อลดการหยิบผิด

ขั้นที่ 4 เติมคลัง Picking อัตโนมัติ

ระบบสร้างรายการ Transfer เองจากเงื่อนไขสองข้อ

  • ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ระดับพัสดุในคลัง Picking ลดลงต่ำกว่าค่าที่กำหนดไว้
  • ไม่พอสำหรับการผลิต มีรายการผลิตที่ต้องใช้มากกว่าที่มีอยู่
  • ทุกใบ Transfer บอกเหตุผลและโปรเจกต์ที่ต้องใช้ ติดตามสถานะได้จนเติมเข้าคลัง Picking ครบ

แบ่งจำนวนออกจากก้อนหลัก ด้วย tag อีกชุด

ปัญหาคลาสสิกของคลังวัตถุดิบคือ ไม่ได้เบิกทั้งก้อน เบิกแค่บางส่วน แล้วส่วนที่แบ่งออกมาจะกลายเป็นของที่ไม่มีใครติดตาม

  • อ่าน tag ของก้อนหลัก ระบบตัดยอดคงเหลือลงตามจำนวนที่แบ่ง tag เดิมยังอยู่กับก้อนหลักในคลังหลัก
  • อ่าน tag ชุดใหม่ ผูกกับจำนวนที่แบ่งออกมา ของส่วนนี้จึงมีตัวตนของตัวเองในระบบ
  • อ่าน tag หรือ QR ที่ช่อง Picking เพื่อยืนยันว่าเก็บถูกช่อง ไม่ใช่เก็บเสร็จแล้วค่อยมาจำทีหลัง

ขั้นที่ 5 เบิกเข้าโปรเจกต์ตาม BOM ด้วย QR Code

ช่วงนี้ไม่ใช้ RFID เพราะหน่วยที่ต้องควบคุมเปลี่ยนจากก้อนพัสดุ เป็นถุงที่เพิ่งแบ่งขึ้นมาใหม่

  • รับ BOM เข้าระบบ ด้วยการคีย์ ดึงจาก Oracle หรือ import ไฟล์
  • สร้างรายการเบิกจาก BOM พนักงานเบิกตามรายการบนแท็บเล็ต ไม่ต้องอ่านเอกสารแยก
  • สแกน QR ที่กล่อง ระบบตรวจว่าหยิบถูกรหัส แล้วให้ยืนยันจำนวน
  • พิมพ์ QR label ติดถุง บน label มีรหัสพัสดุ รหัสโครงการ จำนวน และ Lot หรือ Batch
  • รวบรวมแยกตามโปรเจกต์ พร้อมส่งเข้าสถานีตรวจ
  • QR ใบนี้คือตัวตนของถุงไปจนสุดทาง ทั้งที่สายพานตรวจ และที่ฝ่ายผลิตตรวจซ้ำ
ภาพจำลองจอบอร์ดห้องเบิกพัสดุ แสดงตัวเลขรวมของรายการเบิก จัดของแล้ว สแกน QR แล้ว ลง Pallet แล้ว จัดส่งแล้ว และฝ่ายผลิตรับแล้ว พร้อมตารางแยกตามรายการเบิก
ภาพจำลองหน้าจอ · ข้อมูลตัวอย่าง

จอ LCD 50 นิ้วติดในห้องเบิกพัสดุ แสดงรายการเบิกทุกใบที่กำลังเดินอยู่ พร้อมตัวเลขหกช่วงที่ไล่จากจัดของ สแกน QR ลง Pallet จัดส่ง จนถึงฝ่ายผลิตรับ ประโยชน์จริงของบอร์ดแบบนี้ไม่ใช่การรายงานตัวเลข แต่คือการที่ทุกคนในห้องเห็นพร้อมกันว่างานค้างอยู่ช่วงไหน โดยไม่ต้องเดินไปถาม

ขั้นที่ 6 ตรวจเทียบ BOM ด้วยตาชั่งและกล้อง AI

ขั้นที่เคยกินเวลาครึ่งวัน ถูกย้ายไปอยู่บนสายพาน

  • ปล่อยห่อและถุงพัสดุผ่านสายพานต่อเนื่อง ไม่ต้องหยุดเพื่อให้คนตรวจทีละชิ้น
  • กล้อง AI อ่าน QR ทุกชิ้นอัตโนมัติ แล้วเทียบกับ BOM ของโปรเจกต์นั้น
  • แสดงผลผ่านหรือไม่ผ่านแบบ real-time บนหน้าจอข้างสายพาน
5-6 ชม.
เดิม · คนตรวจต่อ BOM ประมาณ 400 รายการ
1-3 วินาที/ชิ้น
ใหม่ · ตรวจอัตโนมัติขณะผ่านสายพาน
ภาพจำลองสายพานตรวจพัสดุ มีกล้อง AI อยู่ในตู้ด้านบนอ่าน QR ของกล่องและถุงที่วิ่งผ่าน พร้อมจอแสดงผลเทียบ BOM ผ่านและไม่ผ่าน ภาพจำลองระบบ

สองชั้นการตรวจ ที่จับความผิดพลาดคนละแบบ

  • ชั้นที่หนึ่ง สถานีชั่งน้ำหนัก ข้อมูลหลักของพัสดุกำหนดไว้ว่ารหัสใดต้องชั่งและค่ามาตรฐานเท่าไร วางบนตาชั่ง กล้อง AI อ่าน QR แล้วเทียบน้ำหนักทันที น้ำหนักต่างเกินพิกัดจะแจ้งเตือนให้ตรวจก่อนปล่อยเข้าสายพาน ชั้นนี้จับกรณีนับจำนวนผิดในของชิ้นเล็กที่นับด้วยตาไม่ไหว
  • ชั้นที่สอง สายพานกับกล้อง AI อ่าน QR ทุกชิ้นแล้วเทียบกับ BOM ทั้งชุด ชั้นนี้จับกรณีหยิบผิดรหัสและกรณีจำนวนรายการขาด
  • สองชั้นนี้ตรวจสอบกันเองด้วย พัสดุที่ต้องชั่งแต่ไม่เคยผ่านสถานีชั่ง จะถูกจับได้ตอน QR ถูกอ่านที่สายพาน เพราะไม่มีผลการชั่งบันทึกไว้
ภาพจำลองหน้าจอสถานีตรวจเทียบ BOM แสดงรหัสที่กล้อง AI อ่านได้ ค่าน้ำหนักจากตาชั่งเทียบค่ามาตรฐาน และตารางผลเทียบ BOM รายบรรทัดที่แยกผล ผ่าน น้ำหนักเกิน ขาด และไม่ผ่านตาชั่ง
ภาพจำลองหน้าจอ · ข้อมูลตัวอย่าง

สิ่งที่หน้าจอนี้ทำได้และกระดาษทำไม่ได้ คือแยกชนิดของปัญหาออกจากกัน ผ่าน น้ำหนักเกิน ขาดจำนวน และไม่ผ่านตาชั่ง เป็นสี่สถานะคนละเรื่อง ที่ต้องแก้คนละวิธี ถ้ารายงานบอกแค่ว่าไม่ผ่าน คนที่ต้องไปตามของก็ยังต้องเริ่มสืบใหม่ทุกครั้ง

ตรวจ 400 รายการด้วยคนใช้เวลาครึ่งวัน ตรวจด้วยกล้องขณะของวิ่งอยู่บนสายพาน ใช้เวลาเท่ากับเวลาที่ของวิ่งผ่านพอดี

ขั้นที่ 7 ถึง 11 จากคลังถึงมือฝ่ายผลิต

ช่วงสุดท้ายกลับมาใช้ RFID อีกครั้ง เพราะหน่วยที่ควบคุมเปลี่ยนเป็น Pallet

  • 7. จัดลง Pallet และผูก Pallet tag ของที่ผ่านการตรวจแล้วถูกรวมเป็นหน่วยขนส่ง
  • 8. Confirm จัดส่ง อ่าน Pallet tag คู่กับ QR ของถุงที่อยู่บนนั้น
  • 9. ฝ่ายผลิตรับพัสดุ อ่าน Pallet tag ที่ปลายทาง สถานะเปลี่ยนเป็นรับแล้ว
  • 10. ผ่าน Conveyor ตรวจซ้ำ เทียบกับ BOM อีกครั้งที่ฝั่งผลิต
  • 11. รายงานปัญหาบนแท็บเล็ต ฝ่ายผลิตแจ้งกลับได้ทันทีที่หน้างาน ไม่ต้องรอสรุปเป็นเอกสาร

การตรวจซ้ำที่ฝั่งผลิตไม่ได้ซ้ำซ้อนกับการตรวจที่คลัง เพราะของเดินทางระหว่างสองจุดนั้น และระหว่างทางคือช่วงที่ไม่มีใครเฝ้า การอ่านซ้ำที่ปลายทางจึงเป็นการปิดช่วงสุดท้ายที่เหลืออยู่

อุปกรณ์และวิธีควบคุมในแต่ละขั้น

เลือกเทคโนโลยีตามหน่วยที่ต้องคุม ไม่ใช่ใช้อย่างเดียวทั้งสาย

  • นำเข้าข้อมูล คีย์เอง ดึงผ่าน Oracle interface หรือ import ไฟล์ · คุมด้วยใบสั่งซื้อ
  • รับพัสดุ เครื่องอ่าน RFID แบบมือถือ · คุมด้วย RFID tag แยกตามรหัสพัสดุและ batch
  • จัดเก็บ SmartWMS แนะนำตำแหน่ง · คุมด้วยกฎที่ตั้งไว้ตามลักษณะคลัง
  • เติมคลัง เครื่องอ่านมือถือ กับ tag หรือ QR ประจำช่อง · คุมด้วย Transfer อัตโนมัติและ tag ชุดใหม่สำหรับจำนวนที่แบ่ง
  • เบิกเข้าโปรเจกต์ แท็บเล็ต QR Code และเครื่องพิมพ์ Label · คุมด้วย QR ของกล่องและ QR ของถุง
  • ตรวจกับ BOM ตาชั่ง กล้อง AI และเครื่องอ่าน QR บนสายพาน · คุมด้วยน้ำหนักและ QR เทียบ BOM

ขอบเขตงานในข้อเสนอ

รายการที่ต้องเตรียมเมื่อวางระบบนี้เต็มรูปแบบ

  • Customize ระบบ ครอบคลุม Web App, Mobile App, Station RFID App, Label Print App, Gate App, Conveyor App และรายงาน
  • Server เลือกได้ระหว่างเครื่องแบบ On-premise หรือเช่า VPS Cloud Server
  • Mobile RFID Reader ใช้รับพัสดุ จัดเก็บ เบิก Transfer ไปคลัง Picking, Confirm แพ็ค และ Confirm รับที่ฝ่ายผลิต
  • RFID Tag แบบหมุนเวียน ติดกับพัสดุที่รับเข้าและนำกลับมาใช้ซ้ำได้
  • Tablet พร้อมเครื่องพิมพ์ Label สำหรับทำรายการเบิกที่คลังจ่าย และพิมพ์ Label ติดถุง
  • Belt Conveyor พร้อมกล้อง AI และ Edge AI engine สำหรับอ่าน QR ทุกชิ้นและตรวจเทียบ BOM อัตโนมัติ
  • RFID Gate Reader ติดตั้งที่ประตูฝั่งคลัง เพื่อบันทึกการจ่ายอะไหล่ออก
  • ค่าติดตั้งอุปกรณ์ คิดตามจำนวนจุดงานที่ติดตั้งจริง
  • Implement และเทรนนิ่ง วางระบบและอบรมการใช้งานที่หน้างาน
  • บริการ MA ระบบรายปี ดูแลระบบหลังเปิดใช้งาน

ขอบเขตนี้ยังไม่รวมระบบ Network ภายในคลัง ซึ่งต้องประเมินจากหน้างานจริง เพราะพื้นที่คลังที่มีชั้นวางเหล็กสูงเต็มพื้นที่ กับคลังโล่ง ต้องวางจุดกระจายสัญญาณคนละแบบ

ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 120 วัน

ไล่จากเก็บความต้องการและออกแบบ พัฒนา Customize ระบบ ติดตั้งอุปกรณ์และ Server ทดสอบระบบและ UAT แล้วปิดท้ายด้วยเทรนนิ่งและ Go-live

สิ่งที่ได้เมื่อระบบเดินครบสาย

ควบคุมอะไหล่ได้ครบ ตั้งแต่รับเข้าจนถึงสายการผลิต

  • ติดตามได้ถึงระดับ Batch เพราะ RFID tag ผูกรหัสพัสดุกับ batch ตั้งแต่วินาทีที่รับเข้า
  • เติมคลัง Picking อัตโนมัติ ระบบสร้าง Transfer เองเมื่อต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่พอผลิต ไม่ต้องรอให้คนสังเกตเห็น
  • ตรวจสองชั้นก่อนเข้าผลิต น้ำหนักและ QR เทียบกับ BOM ทุกรายการ แทนการตรวจด้วยคนตอนท้าย
  • ไม่ต้องคีย์ซ้ำ รับ PO และ BOM จาก Oracle ผ่าน interface หรือ import ไฟล์
  • รู้ว่าปัญหาเกิดที่ขั้นไหน เพราะทุกขั้นมีจุดบันทึกของตัวเอง ไม่ใช่รู้แค่ว่าปลายทางไม่ครบ
ระบบ RFID คลังสินค้า SmartWMS Case Study คุมการเคลื่อนไหวกล่องอะไหล่ Case Study RFID และ AI ในคลังยาค้าส่ง ประตู RFID ตรวจสินค้าเข้าออก รับพัฒนาระบบ RFID

งานตรวจเทียบ BOM ของคุณยังใช้คนตรวจทีละรายการอยู่หรือเปล่า?

เล่าขั้นตอนงานจริงให้เราฟัง ทั้งจำนวนรายการต่อ BOM ลักษณะพัสดุที่ต้องชั่ง และระบบ ERP ที่ใช้อยู่ เราช่วยประเมินว่าควรวางจุดอ่านตรงไหน และสาธิตระบบให้ดูได้

ติดต่อเรา